เมียบำเรอเหมาจ่าย

  • 46,181 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

บทที่ 2 ตัดสินใจ 35%

บทที่ ตัดสินใจ

ศนินั่งลูบนามบัตรและมองมันอย่างคิดไม่ตก ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอพยายามตระเวนหางานแต่ก็ไม่มีที่ไหนรับ อีกทั้งสิ่งที่แพทย์ซึ่งทำการรักษาบิดาได้บอกไว้ก็กัดกินหัวใจเธอมาตลอด แต่ยังพออุ่นใจอยู่บ้างที่ผู้เป็นพ่อยังไม่รู้เรื่องนี้

อาการคนไข้ไม่ดีขึ้นเลย ร่างกายเหมือนจะดื้อยา เราแค่ประคองอาการไว้ด้วยการฉายรังสี หมอกลัวว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปคนไข้จะรับไม่ไหว

มีวิธีไหนรักษาอีกไหมคะคุณหมอ

สเตมเซลล์ของคุณไม่ตรงกับคนไข้เลยปลูกถ่ายให้กันไม่ได้ และกว่าจะหาสเตมเซลล์จากผู้บริจาคที่เข้ากับคนไข้ได้ก็คงอีกนาน หมอไม่อยากรอ

คุณหมอกำลังจะบอกอะไรนิหรือคะ

หมออยากเปลี่ยนตัวยาคีโม ยาตัวใหม่ต้องสั่งมาจากต่างประเทศ ราคาค่อนข้างสูงและต้องรักษาถี่กว่าที่ทำอยู่ ตอนนี้เชื้อมะเร็งลามไปเร็วมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลืองจะทำให้อวัยวะส่วนอื่นๆ ทำงานผิดปกติด้วย หมอไม่อยากพูดให้หนูใจเสีย แต่หมอก็ต้องบอกว่า...หนูควรทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ละ...แล้วยาที่คุณหมอว่าล่ะคะ

ถึงยาตัวนี้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็แค่ยืดชีวิตของคนไข้ให้นานขึ้น โอกาสที่เชื้อมะเร็งจะหายขาดก็มีแค่สิบเปอร์เซ็นต์

เท่าไรคะ แล้วต้องทำคีโมกี่ครั้งพ่อของนิถึงจะอาการดีขึ้น

และค่ารักษาที่ได้ฟังก็ทำเอาเธอเครียดมาถึงวันนี้ เงินมากมายขนาดนั้นเธอจะไปหามาได้จากที่ไหนกัน ครอบครัวของพัตตราก็ไม่ได้ร่ำรวยถึงขนาดที่เธอจะหยิบยืมเงินมาคราวละมากๆ ได้ เงินเก็บที่มีอยู่ก็เหลือน้อยเต็มที แถมเธอยังมาตกงานกลางอากาศอีก

นิ” เสียงแหบพร่าดังมาออกมาจากริมฝีปากแตกระแหงของคนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้

พ่อตื่นแล้วหรือคะ เป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวกุมมือพ่อไว้แล้วยิ้มให้กำลังใจ

เมื่อสองวันก่อนหัวใจของศนิหล่นไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อกลับมาจากเดินหางานแล้วพบว่าพ่อสลบอยู่ตรงประตูห้องเช่า หญิงสาวรีบโทรเรียกรถพยาบาล เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินก็ต้องแอดมิตอย่างเร่งด่วน ชีพจรของโชติแผ่วเบาจนน่ากลัว และแพทย์ที่ทำการรักษาก็ให้เธอทบทวนเรื่องยาเคมีบำบัดตัวใหม่อีกครั้ง

พ่อปวดหัวน้อยลงแล้วลูก” โชติใช้เรี่ยวแรงที่มีพยายามยกมือขึ้นลูบแก้มลูกสาว

พ่อกินข้าวหน่อยนะคะ ข้าวมาตั้งนานแล้ว แต่นิไม่อยากปลุกพ่อ อยากให้พ่อพักผ่อนเยอะๆ มากกว่า

จ้ะลูก พ่อจะกินให้เยอะๆ

ชายวัยกลางคนบอกไว้เช่นนั้น ทว่าความเป็นจริงคือเขากินได้แค่ไม่กี่คำ คนเป็นลูกมองอาหารที่แทบจะไม่พร่องไปจากถาดของโรงพยาบาลอย่างปลงๆ...เธอจะต้องตัดสินใจ

...ต่อให้โอกาสรอดของพ่อมีแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ นิก็จะหาเงินมารักษาพ่อให้ได้ค่ะ

 


สวัสดีครับ

สวัสดีค่ะ นี่เป็นเบอร์ของคุณคีนหรือเปล่าคะ” ถามออกไปแล้ว เจ้าของเสียงหวานก็รอลุ้นคำตอบจนตัวโก่ง

ครับ ไม่ทราบว่าใครครับ

เอ่อ...นิค่ะ ศนิ

ศนิหรือครับ

คนฟังยกมือขึ้นทาบตรงอกข้างซ้าย ใจของเธอเต้นตึกตักเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหวั่นใจกับการคุยกับเขาทางโทรศัพท์ หรือเป็นเพราะเสียงทุ้มน่าฟังที่เรียกชื่อเธอกันแน่ ริมฝีปากบางค่อยๆ ยกยิ้ม ทว่ายังยิ้มไม่สุดก็ต้องหยุดคงแค่นั้นกับประโยคต่อมา

ศนิไหนหรือครับ

หญิงสาวลอบถอนลมหายใจ ก่อนจะรวบรวมความกล้าอันน้อยนิดตอบคำถามมหภพ

คือว่า...นิเป็นพนักงานของภัตตาคารจีนที่คุณเคยให้คนเอานามบัตรมาให้น่ะค่ะ

ปลายสายเงียบไปหลายวินาทีจนศนิเริ่มคิดไปว่าเขาคงให้นามบัตรผู้หญิงไว้เยอะจนจำไม่หมด

อืม มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า

น้ำเสียงของเขาฟังดูกระด้างขึ้น อีกทั้งคำว่า ครับ’ ก็หายไปจากท้ายประโยค ศนิไขข้อข้องใจให้กับตัวเองว่าเขาคงไม่อยากลดตัวมาพูดแบบเป็นทางการกับคนชนชั้นอย่างเธอ ทว่าแม้เขาจะพูดอย่างไร ทุกประโยคกลับทำให้หัวใจเธอเต้นแปลกๆ อย่างไม่รู้สาเหตุอยู่วันยังค่ำ

คือว่า...คือ” จะให้เธอบอกออกไปอย่างไรเล่าว่าที่โทรมาเพราะต้องการจะของานทำ ไม่รู้ทำไมพอตอนนี้ลิ้นถึงได้แข็งเป็นหิน

ว่าไง ผมมีอย่างอื่นต้องทำอีกเยอะ ถ้าโทรมาแล้วพูดแค่คือๆ อือๆ ผมคงต้องวางสาย

เดี๋ยวค่ะ อย่าเพิ่งวางค่ะ” ต่อให้จะกลัวเขามากแค่ไหน แต่ชีวิตของพ่อก็สำคัญกว่า คนของคุณคีนบอกว่าถ้าเดือดร้อนให้โทรหาคุณคีนได้ตลอดค่ะ

แสดงว่าตอนนี้คุณกำลังเดือดร้อน ?”

ค่ะ นิตกงาน เอ่อ...ถ้าไม่รบกวนคุณคีนเกินไป นิอยากของานจากคุณค่ะ

ของานจากผม ?”

ใช่ค่ะ

เอาเป็นว่าผมจะให้คนติดต่อไปอีกทีแล้วกัน

ศนิมองโทรศัพท์ของตนที่ถูกปลายสายตัดสายทิ้งไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เขาตัดสายไปแล้วและไม่รู้ว่าจะติดต่อกลับมาเมื่อไร...และเธอเองก็ไม่กล้าโทรกลับไปหาเขาอีกแล้วเช่นกัน



เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top