เมียบำเรอเหมาจ่าย

  • 56,558 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

บทที่ 7 บอบช้ำกายใจ 35% + ชี้แจงจากใจค่ะ

ขออนุญาตชี้แจงสักเล็กน้อยค่ะ

วสาคิดว่าตัวเองอัพนิยายบ่อยพอสมควร อาจจะไม่ได้ทุกวัน แต่ก็ไม่ได้หายหน้าไปเลย เพราะฉะนั้นวอนแฟนๆ ของศนิกับคุณคีนอย่ากดดันวสา อย่าบอกว่ารอจนใจจะขาดแล้ว อย่าบอกว่าวสาลงช้าเลยนะคะ ถ้าไม่อยากรอ อยากอ่านรวดเดียว ตอนนี้มีแบบอีบุ๊กแล้ว วสาแนะนำให้โหลดอีบุ๊กมาอ่านค่ะ จะฟินแบบไม่ค้างๆ คาๆ แน่นอน ราคาสบายกระเป๋ามากๆ เป็นกำลังใจให้กันดีกว่านะคะ อย่ากดดันกันเลย วสาเป็นพวกจิตใจอ่อนไหวมาก

นิยายเรื่องนี้วสาอัพไม่จบนะคะ และจะอัพถึงตอนที่ 12 เท่านั้น

ที่เหลือสามารถอ่านได้ในรูปแบบอีบุ๊กค่ะ คลิกๆ เลยค่ะ 

รักคนอ่านสุดๆ ค่ะ แต่บางทีเวลาอ่านคอมเมนต์ก็แอบน้อยใจ

...วสาเอง...

บทที่ บอบช้ำกายใจ

เช้าวันรุ่งขึ้นพัตตราเดินยิ้มละไมให้เพื่อนมาแต่ไกล มือซ้ายมีกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อม ส่วนมืออีกข้างเต็มไปด้วยของกินมากมาย หญิงสาวนั่งลงข้างๆ ศนิ ก่อนจะถามอย่างเป็นห่วง

“พ่อเป็นยังไงบ้างหรือนิ”

“ยังไม่รู้สึกตัวเลยจ้ะแพท คุณหมอบอกว่าตอนนี้อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ” ศนิเสียงสั่น น้ำรื้นขอบตา

“พ่อต้องไม่เป็นอะไร เราเป็นกำลังใจให้นะ” พัตตรากุมเมื่อเพื่อน เมื่อคืนเธอเพิ่งรู้ว่าพ่อของเพื่อนเข้าโรงพยาบาลแถมยังอยู่ห้องไอซียู หากเมื่อวานเธอไม่เค้นถาม คนข้างๆ ก็คงไม่ปริปากบอก ศนิเป็นแบบนี้เสมอ บางทีก็เก็บเรื่องทุกข์ใจไว้กับตัวเพราะไม่อยากให้คนอื่นทุกข์ไปด้วย

“ขอบใจมากนะแพท แพทดีกับเราตลอดเลย”

“อะนี่” เธอยื่นกระเป๋าเสื้อผ้าให้ “เราเอาเสื้อผ้ามาให้นิด้วย เสื้อผ้าเราเอง ไม่ต้องเกรงใจนะ นิไปอาบน้ำเถอะ ชุดนักศึกษาตัวนี้ใส่ตั้งแต่เมื่อวานแล้วใช่ไหม”

ศนิยิ้มให้ จากนั้นจึงรับกระเป๋าเสื้อผ้ามาถือไว้ ถึงจะเกรงใจแต่ตอนนี้ก็เลือกอะไรได้ไม่มาก อีกทั้งเธอยังไม่อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวานอย่างที่เพื่อนคิดไว้จริงๆ

“จ้ะ เรายังไม่ได้กลับบ้านเลย”

“เห็นไหมล่ะว่าเรารู้ใจนิขนาดไหน นี่คงจะเหนียวตัวแล้วสิ สบู่กับแชมพูสระผมก็อยู่ในกระเป๋า ใช้ได้เลยนะ อ้อ เกือบลืม แม่เราฝากข้าวมาให้นิด้วย อร่อยนะ เราจำได้ว่านิเคยบอกว่าชอบฝีมือแม่เรา”

“หายใจบ้างก็ได้นะแพท” หญิงสาวขำน้อยๆ มีพัตตราเป็นเพื่อนก็เหมือนมีแม่เพิ่มมาอีกคน

“ไม่ได้หรอก ต้องรีบพูด เดี๋ยวลืมหมด”

“แล้ววันนี้ไม่มีเรียนหรือ”

“มีสิ แต่เราโดดเรียนน่ะ” พัตตรายิ้มแหย ถ้าเป็นช่วงที่ศนิอารมณ์ปกติ คงบ่นเธอเปิงที่โดดเรียนแบบนี้

“เอาอีกแล้วนะแพท”

“เถอะน่า วันนี้เราอยากอยู่เป็นเพื่อนนิ หรือนิอยากกลับไปนอนเอาแรงที่บ้านก็ได้นะ เราดูพ่อให้เอง” หญิงสาวยังคงหาเหตุผลไปเรื่อย

“ขอบใจจ้ะ อยู่ด้วยกันที่นี่แหละ เราไม่มีกะใจจะกลับไปนอนหรอกแพท เป็นห่วงพ่อ ไว้ค่อยกลับตอนค่ำทีเดียวเลยดีกว่า”

“แล้วแผลที่หัวเข่าอักเสบหรือเปล่า”

“ไม่จ้ะ เมื่อคืนกินยาแก้อักเสบไปแล้ว”

สองสาวคุยกันต่ออีกนิด ก่อนที่ศนิจะไปอาบน้ำชำระร่างกายและกินอาหารที่เพื่อนหอบหิ้วมาฝาก หากจะดูว่าเพื่อนคนไหนจริงใจก็ดูตอนที่ลำบากนี่แหละ

 


มหภพในชุดสูทเตรียมพร้อมจะไปทำงานกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นด้วยความรู้สึกที่ทั้งโกรธทั้งไม่เข้าใจ ปรกส่งรูปภาพหลายรูปแต่เป็นสถานที่เดียวกันมาให้เขาทางโปรแกรมไลน์แชทตั้งแต่เมื่อคืน แต่เขาทำงานหัวปั่นจนเพิ่งมาเปิดดูในตอนเช้า มันคือภาพของบ้านห้องแถวซึ่งแต่ละห้องมีขนาดเท่าที่แมวดิ้นตาย และที่ตั้งก็อยู่เข้าไปในซอยที่ด้านหน้ามีมินิมาร์ทซึ่งเขาเคยไปส่งศนิในวันฝนตก ปรกแนบข้อความมาพร้อมรูปภาพด้วย

ห้องที่อยู่ริมสุดคือห้องของคุณศนิครับ แล้วคุณศนิก็ไม่ได้กลับมาที่ห้องเช่าด้วย ประตูปิดเงียบ คล้องแม่กุญแจเสียแน่นหนาเชียว แต่พอผมจะถามเจ้าของห้องแถวเขาก็ดูท่าทางกลัวๆ ผมเลยไม่ได้ถามอะไรต่อครับ

“ไม่ได้เรื่อง ไปถึงนั่นแล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้า” ชายหนุ่มหัวเสีย ไม่รู้ว่าทำไมตนถึงหงุดหงิด แต่ที่แน่ๆ เหตุผลไม่ใช่เพราะกลัวว่าเงินห้าแสนที่หญิงสาวได้ไปจะปลิวหายโดยที่เขายังใช้ร่างกายเธอไม่คุ้ม

ทุกอย่างไม่ได้ดังใจไปหมดเมื่อคนที่เขาอยากพบไม่มีทีท่าว่าจะติดต่อได้ และคนเป็นลูกน้องยังทำงานไม่ได้เรื่อง มหภพกดต่อสายไปยังเบอร์ของปรกทันที งานนี้เห็นที่ต้องถึงมือเขา

“สวัสดีตอนเช้าครับคุณคีน”

“นายอยู่ไหน”

“ถึงบริษัทแล้วครับ ต้องมาถึงก่อนเจ้านาย เผื่อปลายปีจะได้โบนัสก้อนโต ว่าแต่คุณคีนเห็นรูปที่ผมส่งให้ในไลน์หรือยังครับ”

เสียงปลายสายอารมณ์ดี นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม

“ทำไมนายไม่โทรบอกฉันตั้งแต่เมื่อคืนห้ะปรก”

“อ้าว ก็เมื่อคืนคุณคีนอยู่เคลียร์งาน และบอกว่าห้ามรบกวนนี่ครับ”

“งั้นหรือ นายเลยจะคุยกับฉันทางไลน์แทนที่จะยกหูโทรมาหา ทั้งๆ ที่นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบเปิดไลน์อ่านนี่นะ” เขาพูดเสียงลอดไรฟัน

“กะ...ก็เผื่อคุณคีนจะอ่านไงครับ เอ่อ...แต่พูดแบบนี้แสดงว่าเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ”

“ถ้าไม่เห็นฉันจะโทรมาหานายทำไมกัน คิดว่าฉันคิดถึงนายมากหรือไง”

“เอ่อ...”

“นายยังตามตัวศนิไม่ได้ใช่ไหม” ชายหนุ่มพยายามบังคับอารมณ์ให้เย็นลง

“ไม่เลยครับ ผมถามคนที่มินิมาร์ท โชคดีที่เขารู้จักคุณศนิก็เลยบอกที่อยู่กับผม แต่พอไปถึงห้องเช่ากลับไม่เจอ ไม่รู้ว่าเมื่อคืนคุณศนิกลับบ้านหรือเปล่า”

“แล้วทำไมไม่ถามคนที่เช่าบ้านใกล้ๆ กันล่ะ”

“ใครว่าไม่ถามล่ะครับ ผมถามเจ้าของห้องเช่า แต่เขาดูกลัวผมยังไงก็ไม่รู้เลยไม่กล้าบอกอะไร สงสัยผมคงดูน่ากลัวเหมือนพวกเหี้ยมๆ ที่ชอบไปทวงหนี้มั้งครับ”

“บอกทางมา”

“ครับ ?”

“เฮ้อ ฉันบอกให้นายบอกทางบ้านของศนิมา ฉันจะไปเอง ให้นายไปคงไม่ได้เรื่องอีกตามเคย”

“คุณคีนนี่นะครับจะไปเอง !

“ก็เออน่ะสิวะ” เขาเริ่มขึ้นวะขึ้นโว้ย

สิ่งที่มหภพไม่รู้ตัวเลยคือเมื่อก่อนนั้นเขาไว้ใจปรกทุกเรื่อง และปรกสามารถทำอะไรแทนเขาได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริงจังหรือไม่จริงจังก็ตาม ทว่าพอมีศนิเข้ามา เขากลับเห็นปรกขวางหูขวางตาไปเสียหมด ทำอะไรก็ดูเหมือนจะไม่ถูกใจ

“โห มาโหดเชียว บอกแล้วครับ ขับเข้าซอยไป...”

ปรกเริ่มบอกทาง คนฟังฟังอย่างตั้งใจและบันทึกทุกอย่างไว้ในสมองชนิดไม่ตกไม่หล่น

“วันนี้ฉันไม่เข้าบริษัทนะ แล้วก็แคนเซิลนัดทั้งหมดด้วย อ้อ ถ้าให้ดีแคนเซิลยาวไปเลย”

“ไม่ได้มั้งครับ อาทิตย์หน้ามีประชุมเพียบเลยครับ”

“เลื่อนไปสักสองสามวันบริษัทคงไม่เจ๋ง”

          พูดจบมหภพก็กดตัดสายทันทีโดยไม่รอให้ปรกแสดงความคิดเห็นใดๆ เขาถอดเสื้อสูทออกโยนทิ้งไว้บนโซฟา แล้วคลายเนกไทก่อนจะปล่อยกระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตสีอ่อน แล้วคว้ากุญแจรถยนต์เดินออกไปจากคอนโดมิเนียมทันที



วสาจะลงให้อ่านในเว็บประมาณ 50% ของเนื้อหาทั้งหมดนะคะ

ที่เหลือสามารถอ่าน ในรูปแบบอีบุ๊กค่ะ คลิกๆ เลยค่ะ 

ฝากกดไลค์แฟนเพจด้วยนะคะ  https://www.facebook.com/wasanovel/

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top