เมียบำเรอเหมาจ่าย

  • 52,165 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

บทที่ 8 ใจสลาย 35%

บทที่ ใจสลาย

“คุณสบายใจมากใช่ไหมคะที่เหยียบนิให้จมดินได้” เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ

“ฉันไม่ต้องเหยียบเธอก็จมอยู่แล้วนะศนิ”

ศนิกำมือแน่นกว่าเดิมจนรู้สึกเจ็บ หากเขาพูดแล้วสบายใจก็คงต้องปล่อยให้เป็นแบบนั้น

“หัวเข่าไปโดนอะไรมา” น่าแปลกที่เมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งและกำมือแน่นจนตัวเกร็ง อารมณ์ของเขากลับเย็นลงได้

“มันไม่ได้เกี่ยวกับคุณคีนค่ะ และก็ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงด้วยว่าคุณคีนต้องรู้เรื่องทุกอย่างของนิ”

“ฉัน-ถาม-ว่า-ไป-โดน-อะ-ไร-มา”

คราวนี้มหภพเน้นเสียงช้าๆ ชัดๆ อารมณ์ที่เย็นลงเมื่อครู่เริ่มเดือดอีกครั้ง คนที่เสียเปรียบกล้าจึงต้องยอมบอกความจริง

“นิข้ามถนนไม่ทันมองรถค่ะ แต่ดีที่คนขับรถเขาเบรกได้ทัน นิเลยแค่เข่าแตก”

“เธอใช้คำว่า แค่’ อย่างนั้นหรือศนิ มันเฉี่ยวแล้วหนีหรือเปล่า” ชายหนุ่มเป็นเดือดเป็นร้อนแทน

“ไม่ค่ะ เขาพานิไปทำแผลโรงพยาบาล ออกค่าใช้จ่ายให้ด้วย”

“แล้วทำไมเมื่อคืนเธอถึง...” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าหากพูดออกไปศนิจะคิดว่าเขาเป็นห่วง มหภพจึงกลืนคำว่า ไม่บอกฉัน ฉันจะได้ไม่รุนแรงกับเธอ’ ลงคอไป

“ถึงอะไรหรือคะ”

“ถึงร้อนแรงได้เหมือนเดิมยังไงล่ะ” เขาพูดวกไปอีกเรื่อง

ศนิหน้าแดงลามไปถึงใบหู เมื่อคืนเขาเอาแต่ใจและรุนแรงกับเธอมากกว่าทุกครั้งก็จริง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าช่วงหลังเธอคล้อยตามและยอมทำทุกอย่างที่เขาสั่ง

มหภพเดินไปตรงส่วนครัวแล้วเปิดช่องเก็บของด้านบนหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่มารดาของเขาจัดแจงเอามาให้ออกมา ก่อนจะเดินกลับมายังโซฟาที่หญิงสาวนั่งอยู่แล้ววางกระแทกลงไปบนโต๊ะ

“จัดการทำแผลเสียด้วย เลือดเธอที่เปื้อนที่นอนก็มากเกินไปแล้ว ฉันไม่อยากให้มันมาเปื้อนบนโซฟาฉันอีก”

“นิก็ไม่อยากให้มันเปื้อนหรอกค่ะ” เธอบอกเสียงอ่อยด้วยความน้อยใจ จากนั้นจึงเริ่มเปิดกล่องยาและลงมือทำแผลให้ตัวเอง

ชายหนุ่มนั่งลงบนโซฟาอีกตัว มองดูหญิงสาวทำแผลทุกขั้นตอนอย่างไม่นึกรังเกียจ และเมื่อศนิใช้สำลีชุบน้ำเกลือทำความสะอาดแผล มหภพก็เห็นรอยอะไรบางอย่างตรงปากแผลนั่น

“เย็บด้วยหรือ” เขาคิดว่าแค่เป็นแผลถลอก แต่อาจจะแผลใหญ่จึงทำให้เลือดซึมออกมา ทว่ากลับคิดผิดไปเสียถนัด ความรู้สึกผิดเข้าจู่โจมตรงอกอย่างที่มหภพไม่รู้ตัว นี่เมื่อคืนเขาเอาแต่ใจตัวเองจนไม่ได้สังเกตความผิดปกติของศนิเลยหรืออย่างไรกัน

“ค่ะ” หญิงสาวตอบสั้นๆ มือยังไม่ละจากการทำแผล

“กี่เข็ม”

“ห้าค่ะ”

“ล้มยังไงให้เย็บตั้งห้าเข็ม”

ศนิไม่ตอบคำถาม เธอทำเพียงเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มเป็นเชิงตัดพ้อว่า ถ้านิรู้ว่าล้มยังไงให้ไม่ต้องเย็บ นิคงไม่เจ็บตัว’ ก่อนจะทำแผลต่อ

มหภพเองก็ไม่ได้คาดคั้นอะไร จนถึงขั้นตอนที่หญิงสาวปิดผ้าก๊อซแผ่นใหม่เอี่ยมลงบนแผล แต่เมื่อจะใช้เทปทำแผลปิดทับ ผ้าก๊อซที่วางอยู่ก่อนก็รังแต่จะเลื่อนลงต่ำกว่าแผลทุกที ชายหนุ่มเห็นเข้าก็รู้สึกขัดหูขัดตา

“เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ทำไม่ได้”

คนที่ทำแผลอยู่ตกใจเมื่อเทปทำแผลถูกแย่งไปจากมือ เขาปิดมันทับลงบนผ้าก๊อซอย่างคล่องแคล่ว แล้วเก็บอุปกรณ์ทำแผลทุกอย่างไว้ในกล่องดังเดิม ศนิมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก คำถามเดิมที่ค้างคาใจมานานผุดขึ้นให้สงสัยอีกครั้ง

...เขาเป็นคนยังไงกันแน่

ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกเหมือนเป็นนักมวยบนสังเวียนที่ถูกคู่ชกชกเสียจนเซซัดและโดนน็อกลงไปกองกับพื้น แต่สุดท้ายแล้วคู่ชกของเธอกลายเป็นคนประคองเธอขึ้นมาเอง

“กินนมกับขนมปังในตู้เย็นรองท้องไปก่อน และก็กินยาแก้อักเสบเสียด้วย น้ำอยู่ในครัว หวังว่าเธอคงเดินไปหยิบเองได้” ชายหนุ่มแกะแคปซูลยาสีแดงเหลืองออกมาจากแผงแล้วส่งให้

“ขอบคุณค่ะ” เธอรับมาและมองยาในฝ่ามือ

“อืม”

สองสายตาเผลอประสานกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ศนิยิ้มขอบคุณผู้ชายตรงหน้า แต่อีกฝ่ายกลับเก็บอาการด้วยการตีหน้าเรียบนิ่ง

“รีบจัดการเสียสิ ฉันไม่อยากให้มีใครมาตายในคอนโด”

“แล้วคุณคีนล่ะคะ”

“ฉันไม่ปล่อยให้ตัวเองอดตายหรอกน่า เธอเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ”

หญิงสาวลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็น ก็เห็นว่าในตู้มีเพียงขนมปังกับนมอย่างที่เขาบอก ไม่น่าเชื่อว่าตู้เย็นของคนรวยอย่างเขาจะโล่งขนาดนี้ ศนิจัดการขนมปังกับนมเสร็จก็กินยาและดื่มน้ำตาม ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนอน

“นั่นเธอจะไปไหน” เสียงทุ้มดังขึ้น

“เอาผ้าปูที่นอนไปซักอย่างที่คุณคีนสั่งไงคะ”

“ไม่ต้อง”

“ไม่ต้อง ?” คิ้วบางผู้เป็นปม

“ฉันบอกว่าไม่ต้องก็คือไม่ต้อง เธอกลับมานั่งตรงนี้ได้แล้ว”

ใบหน้าหวานซ่อนยิ้ม แต่ก็ซ่อนได้ไม่มิดเพราะคนมองสังเกตเห็นได้อยู่ดี

“อย่าคิดว่าที่ฉันไม่ให้เธอซักเพราะสงสารเด็ดขาด ที่ฉันไม่ให้เธอทำก็เพราะกลัวว่าข้าวของจะพังต่างหากล่ะ”

“เอ่อ...ค่ะ”

“ฉันจะเข้าไปเคลียร์งานในห้องนั้น” ชายหนุ่มยกนิ้วโป้งชี้ไปยังห้องฝั่งตรงข้ามกับห้องนอน

“แล้ว...”

“อะไรของเธอ มัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ น่ารำคาญ จะพูดก็รีบพูด ฉันไม่ว่างมาฟังเธออือๆ อาๆ”

“คือ...คุณคีนไม่ทานอะไรตอนเช้าก่อนหรือคะ” การทำงานต้องใช้สมองอย่างหนัก และอาหารมื้อเช้าก็สำคัญต่อสมอง

“อีกไม่กี่นาทีปรกคงเอาข้าวเช้ามาให้” เขาเสียงนุ่มลง “หวังว่าออกมาแล้วจะเจอเธอนะ”

“แต่ว่านิ...” เธอจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เธอต้องรีบไปที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าอาการบิดา ตอนนี้คงเปิดให้เข้าเยี่ยมได้แล้วด้วย

          “ไม่มีแต่ทั้งนั้น คำสั่งคือคำสั่ง อย่าลืมข้อตกลงข้อหนึ่งสิ” มหภพเดินเข้าห้องทำงานทันทีโดยไม่รอให้หญิงสาวได้โต้แย้ง


วสาจะลงให้อ่านในเว็บประมาณ 50% ของเนื้อหาทั้งหมดนะคะ

ที่เหลือสามารถอ่าน ในรูปแบบอีบุ๊กค่ะ คลิกๆ เลยค่ะ 

ฝากกดไลค์แฟนเพจด้วยนะคะ  https://www.facebook.com/wasanovel/

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top