เมียบำเรอเหมาจ่าย

  • 50,099 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

บทที่ 8 ใจสลาย 70%

ลับร่างเจ้าของห้อง ศนิก็หยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายแล่งของตนขึ้นมาดู มันปิดเครื่องอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าเธอปิดไปตั้งแต่เมื่อไร อาจจะเป็นตอนที่มหภพและปรกระดมโทรมาหาก็ได้ เมื่อเปิดเครื่องก็พบหมายเลขที่ไม่ได้รับหลายสาย ซึ่งทุกสายก็เป็นเบอร์ของโรงพยาบาล

ไม่นานโทรศัพท์ที่ศนิตั้งเป็นระบบสั่นไว้ก่อนหน้านี้แล้วก็มีสายเรียกเข้าอีกครั้ง และก็เป็นหมายเลขเดียวกับที่เธอไม่ได้รับ

“สวัสดีค่ะ”

“คุณศนิหรือเปล่าคะ จากห้องไอซียูโรงพยาบาล...นะคะ”

“คะ..ค่ะ ศนิพูดค่ะ” ใจของเธอเริ่มไม่ดี เหมือนกับมันใกล้จะหลุดออกจากกาย

“ดิฉันพยายามโทรหาคุณหลายครั้ง แต่ก็ติดต่อไม่ได้”

“ขอโทษด้วยค่ะ พอดีนิปิดเครื่องไว้น่ะค่ะ” หญิงสาวลืมคิดไปเสียสนิทว่าไม่ควรทำตัวให้ติดต่อไม่ได้ เพราะอาจจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

“คุณทำใจดีๆ ไว้นะคะ ตอนนี้คุณโชติเสียชีวิตแล้วค่ะ รบกวนญาติมาโรงพยาบาลเพื่อจัดการเรื่องศพด้วยนะคะ”

คำว่า ศพ’ ทำให้หยดน้ำไหลออกจากตาของหญิงสาวอย่างอัตโนมัติ มันคือการเข้าใจผิด มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ 

“ต้องไม่ใช่เรื่องจริงแน่ๆ คุณกำลังล้อนิเล่นใช่ไหมคะ”

“ไม่ได้ล้อเล่นค่ะ คุณศนิเช็กได้ว่าเบอร์นี้เป็นเบอร์ของโรงพยาบาลจริงๆ”

 


ปรกเดินเข้ามาในคอนโดมิเนียมของเจ้านายพร้อมกับสองมือที่เต็มไปด้วยอาหารการกินสำหรับสองคน เขาพอจะรู้อยู่แล้วว่าเมื่อวานที่มหภพบอกว่าจะไปตามตัวศนิเอง เจ้านายเขาจะไม่กลับมามือเปล่าแน่นอน ในเมื่อห้ามอะไรไม่ได้ เขาเลยต้องเฝ้าดูอยู่ห่างๆ และคอยปกปิดเรื่องนี้ไม่ให้เทียนแก้วรู้

แต่แล้วเมื่อเดินถึงล็อบบี้ ชายหนุ่มก็ต้องมองตามร่างเล็กที่วิ่งสวนเขาออกไปอย่างรีบร้อน เขาวิ่งตามไปพลางเอ่ยชื่อเรียก

“คุณศนิครับ”

เท้าเล็กชะงักกึก เจ้าของชื่อหยุดนิ่งแล้วหันกลับมามองก็เห็นปรกยืนอยู่ด้านหลัง

“สวัสดีค่ะคุณปรก” เธอทักทายอย่างเสียไม่ได้

“คุณศนิจะไปไหนครับ”

“นิมีธุระต้องไปทำค่ะ ฝากบอกคุณคีนด้วยนะคะ”

“เดี๋ยวครับ !” ปรกเดินอ้อมไปดักหน้า จึงเห็นชัดว่าใบหน้าของหญิงสาวคลอไปด้วยหยาดน้ำ หวังว่าต้นเหตุคงไม่ใช่คนที่อยู่บนห้องหรอกนะ “ที่คุณศนิออกมา คุณคีนยังไม่รู้หรือครับ”

“ค่ะ นิออกมาตอนเขากำลังเคลียร์งานค่ะ ขอตัวนะคะ นิรีบ” เธอบอกเสียงสะอื้น

“คุณศนิจะไปไหนครับ ผมไปส่ง” ในความคิดของปรกคือเขาปล่อยให้หญิงสาวไปไหนคนเดียวในสภาพน้ำตาเปื้อนแก้มแบบนี้ไม่ได้แน่

“นิจะไปโรงพยาบาลค่ะ”

“โรงพยาบาล ?

“ค่ะ นิต้องไปหาพ่อ พ่อนิอยู่ที่นั่น” ศนิรับรู้ได้ว่าปรกไม่ได้หวังร้าย สิ่งที่บอกออกไปจึงเป็นเรื่องจริง ยิ่งพูดถึงพ่อ น้ำตาของหญิงสาวก็ไหลหนักยิ่งกว่าเดิม

“คุณศนิรอเดี๋ยวนะครับ ผมจะไปส่ง”

เธอไม่ทันได้ตอบรับ ปรกก็เดินไวๆ ไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วยื่นของที่หอบหิ้วมาไปให้ ก่อนที่เขาจะเดินตัวเปล่ากลับมาหาเธอ

“ไปกันครับ”

ปรกขับรถด้วยความเร็วเกือบจะเกินที่กฎหมายกำหนด ทุกครั้งที่รถติดไฟแดงชายหนุ่มจะหันกลับมามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ และภาพที่เขาเห็นก็คือศนิร้องไห้สะอึกสะอื้น หรือไม่ก็ยกมือขึ้นปิดหน้า เขาไม่ได้ถามอะไรออกไปเพราะรู้ดีว่าตอนนี้เวลาที่ไม่ควรถาม จึงได้แต่ทำหน้าที่ขับรถจนมาถึงโรงพยาบาลซึ่งอยู่ไม่ไกลกันกับคอนโดมิเนียมของเจ้านายมากนัก

“ถึงแล้วครับคุณศนิ” เขาบอกเมื่อจอดรถเรียบร้อย

“ขอบคุณค่ะ” ศนิผลุนผลันลงจากรถไปอย่างลืมว่ามีบาดแผลตึงๆ ที่หัวเข่า

ปรกล็อกรถได้ก็วิ่งตามคนที่วิ่งไปก่อน โชคดีที่มาทันก่อนที่หญิงสาวจะขึ้นลิฟต์โดยสาร ไม่เช่นนั้นคงตามเธอไม่เจอแน่ๆ ประตูลิฟต์เปิดออกก็เห็นอักษรภาษาอังกฤษตัวนูนสามตัวเรียงกันว่า ‘I.C.U’ นั่นทำให้ชายหนุ่มตกใจ

...พ่อคุณศนิอาการหนักขนาดนี้เลยหรือ

“เดี๋ยวครับคุณศนิ” เขาถือวิสาสะคว้าข้อศอกหญิงสาวไว้ “ทำไมคุณศนิไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผม หรือแม้แต่คุณคีนครับ”

“ตอนนี้นิรีบมากค่ะ ไว้นิจะเล่าให้คุณปรกฟังทีหลังนะคะ”

ปรกมองตามศนิที่พุ่งตรงไปที่เคาน์เตอร์เล็กๆ หน้าห้องไอซียู ในวันนี้น้ำตาคือสิ่งที่ไม่เคยหายไปเลยจากใบหน้าหญิงสาวนับตั้งแต่เขาเจอเธอที่คอนโดมิเนียม ศนิเข้าไปด้านในแล้ว หากแต่คนที่มาด้วยทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ก็เดินไปถามที่เคาน์เตอร์

“ขอโทษนะครับ ผมมากับผู้หญิงที่เพิ่งจะเข้าไปข้างในครับ เขาบอกว่าจะมาหาพ่อ”

“คุณเป็นญาติคุณศนิหรือคะ”

“ใช่ครับ ผมเป็นพี่ชายเขา” ชายหนุ่มโกหกออกไป แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ เขาถึงมาคิดได้ว่าหน้าตาเหี้ยมๆ เช่นเขา มองไม่ออกเลยว่าจะเป็นพี่ชายของผู้หญิงหน้าหวานอย่างศนิได้อย่างไร จึงขยายความเพิ่มเติม “เอ่อ ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ ครับ เราเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน”

“อ๋อค่ะ”

“คนป่วยเป็นยังไงบ้างครับ”

“คุณยังไม่รู้หรอกหรือคะ”

“รู้ ? รู้อะไรหรือครับ”

“หัวใจของคุณโชติหยุดเต้นเมื่อเช้าค่ะ คุณหมอปั๊มหัวใจหลายรอบแต่ก็ช่วยขึ้นมาไม่ได้ วันนี้คุณศนิเลยมารับศพไปทำพิธีทางศาสนาค่ะ” ด้วยความเข้าใจที่ว่าชายตรงหน้าคือญาติของผู้ป่วย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งเรื่องให้ฟัง

           “ห้ะ !” คราวนี้ปรกไม่ใช่แค่ตกใจอีกแล้ว แต่เขาแทบจะหยุดหายใจไปด้วยซ้ำ มันต้องมีอะไรอีกเยอะเกี่ยวกับศนิที่เขาและเจ้านายยังไม่รู้


วสาจะลงให้อ่านในเว็บประมาณ 50% ของเนื้อหาทั้งหมดนะคะ

ที่เหลือสามารถอ่าน ในรูปแบบอีบุ๊กค่ะ คลิกๆ เลยค่ะ 

ฝากกดไลค์แฟนเพจด้วยนะคะ  https://www.facebook.com/wasanovel/

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top