เมียบำเรอเหมาจ่าย

  • 44,168 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

บทที่ 1 ตกงาน 70%


ประตูของห้องเช่าสภาพทรุดโทรมถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบาราวคนเปิดกลัวว่ามันจะหลุดติดมือมา ศนิค่อยๆ ลงกลอน ก่อนจะเดินเลยเข้ามาด้านในที่เปิดไฟเอาไว้เพียงสลัว ความรู้สึกผิดแล่นเข้าจู่โจมหัวใจเมื่อสายตาของเธอสบเข้ากับร่างที่หลับฟุบอยู่กับโต๊ะ หญิงสาวนั่งลงกับพื้นแล้วแตะที่ตักของคนซึ่งนั่งอยู่ก่อนอย่างเบามือ

พ่อคะ

เจ้าของร่างผอมแห้งจนเห็นหนังหุ้มกระดูกรู้สึกตัว ความง่วงงุนยังมีอยู่ หากแต่ก็ไม่ละเลยที่จะส่งยิ้มให้ลูกสาว

ห้าทุ่มกว่าแล้ว ทำไมพ่อไม่นอนล่ะคะ นั่งหลับตรงนี้เมื่อยแย่เลย

พ่อเป็นห่วงนินี่ลูก” โชติลูบศีรษะลูกสาวด้วยความเอ็นดู นิกินข้าวหรือยัง

กินแล้วค่ะพ่อ นิทำงานร้านอาหารยังไงก็ไม่อดหรอกค่ะ” การโกหกบุพการีไม่ใช่เรื่องดีนัก หากแต่ศนิก็จำเป็นต้องทำเพื่อให้ท่านสบายใจ

งั้นก็ไปอาบน้ำนอนเถอะ พ่อรู้ว่าหมู่นี้นิไม่ค่อยได้นอนเลย

ใครว่าล่ะคะ นิตื่นตีสี่จนชินแล้วต่างหากค่ะ” หญิงสาวหลบสายตาบิดายามให้คำตอบ เธอโกหกเพิ่มมาอีกอย่างแล้ว

ถ้าพ่อไม่เป็นแบบนี้ นิคงสบายกว่านี้” โชติรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระให้ลูก ตั้งแต่เขาป่วยศนิก็ต้องทิ้งความฝันหลายอย่างเพื่อเขา

พ่ออย่าพูดแบบนี้อีกนะคะ นิรักพ่อ ต่อให้หนักกว่านี้นิก็สู้ค่ะ” เธอกอดเอวบิดาเช่นที่ทำเป็นประจำ แล้วซบหน้าเข้ากับหน้าอกของท่านที่นับวันจะแห้งโกร่ง

นิไม่ต้องออกไปขายกับข้าวตั้งแต่เช้าแบบนั้นหรอกลูก งานที่ร้านอาหารจีนก็หนักอยู่แล้วพ่อรู้ พรุ่งนี้นิไปบอกป้าเขาว่าขอถอนตัวเสียนะ” เจ้าของร้านขายกับข้าวเล็กๆ หน้าปากซอยสงสารในชะตาชีวิตของเขาและลูก จึงให้ศนิไปช่วยที่ร้านตั้งแต่ตีสี่กว่าๆ แม้จะเกรงใจที่ต้องให้ศนิถอนตัว หากแต่โชติก็เป็นห่วงสุขภาพลูกมากกว่า

ศนิกลืนก้อนเหนียวๆ ลงคอ เธอยังไม่เข้มแข็งพอที่จะบอกพ่อว่าโดนไล่ออกจากภัตตาคารจีนแล้ว และหากบอกป้าเจ้าของร้านขายกับข้าวว่าขอลาออก เธอจะเอาเงินที่ไหนมาจุนเจือครอบครัวเล่า

นิไหวค่ะพ่อ สบายมาก ลูกพ่อเก่งนะคะว่าไหม

พ่อขอโทษนะลูก” โชติน้ำตาคลอหน่วย หลายครั้งที่เขาคิดทำร้ายตัวเองเพราะไม่อยากให้ลูกต้องทำงานเป็นเครื่องจักรเพื่อหาเงินมารักษาตน ทว่าเมื่อคิดต่อไปว่าหากเขาตายแล้วลูกจะเสียใจมากขนาดไหน ชายวัยกลางคนจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป

พ่อห้ามพูดคำว่าขอโทษอีกนะคะ พ่อไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย นิยังสู้เลย เพราะฉะนั้นพ่อก็ต้องสู้ด้วยนะคะ พ่อจะต้องหาย” ศนิยิ้มอย่างมีความหวัง เธอจะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด แพทย์ที่รักษาพ่อบอกว่ากำลังใจสำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วย

พ่อจะสู้...สู้เพื่อนิ” โชติโยกศีรษะทุยเบาๆ

ขอบคุณนะคะพ่อ ไปค่ะ นิจะพาพ่อไปนอน” หญิงสาวลุกขึ้นก่อนจะช่วยประคองร่างบิดา

ขอบใจนะลูก

ห้องเช่าโทรมๆ ของสองพ่อลูกมีพื้นที่ไม่ถึงใช้สอยไม่ถึงสามสิบตารางเมตร ห้องนอน ห้องครัว รวมถึงห้องนั่งเล่นก็คือห้องเดียวกัน ดีหน่อยที่มีห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วนและมีระเบียงเล็กๆ ให้ได้ออกไปสูดหายใจบ้าง

นอนนะคะพ่อ พรุ่งนี้พ่อต้องไปหาหมอ เกิดพ่อไม่หลับตอนนี้ หมอต้องรู้แน่ๆ เลยค่ะว่าคนไข้พักผ่อนไม่เพียงพอ” ศนิพูดเย้ากลบเกลื่อนความเครียดขณะห่มผ้าให้บิดาที่นอนบนเบาะแข็งๆ ซึ่งวางแนบกับพื้น

พ่อจะนอนแล้ว นิไปอาบน้ำเถอะลูก จะได้นอนเหมือนกัน

ค่ะพ่อ” รับคำจบ หญิงสาวก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าและรวบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป

ลับร่างลูกสาวน้ำตาของโชติก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาเป็นทุกข์ทุกครั้งเมื่อนึกถึงความลำบากของลูกสาว เมื่อก่อนเขาเป็นพนักงานในบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ เงินเดือนก็ใช้กันได้สองคนพ่อลูกแบบไม่ขัดสน ทว่าเมื่อปีที่แล้วเขากลับพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทำให้เงินที่มีเก็บอยู่ร่อยหรอลงเรื่อยๆ เพราะหมดไปกับการรักษา

แม้จะเลือกรักษาในโรงพยาบาลของรัฐซึ่งมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า หากแต่การไปพบแพทย์ในแต่ละครั้งก็มีค่าใช้จ่ายสูงอยู่ดี ยิ่งช่วงหลังๆ ที่เริ่มรักษาด้วยรังสีบำบัดยิ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก ในเมื่อรายจ่ายมีทุกเดือนแต่รายรับไม่มีแม้แต่บาทเดียวทำให้โชติตัดสินใจขายรถ และย้ายจากบ้านเช่ามาอยู่ในห้องเช่าเก่าๆ นี้แทน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกผิดมากที่สุดคือการที่ศนิต้องออกจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่ยังไม่ขึ้นปีสองด้วยซ้ำ

ลูกสาวเขาเรียนในมหาวิทยาลัยปิดของรัฐ แต่เมื่อรับรู้ถึงสภาพการเงินของครอบครัว ศนิจึงลาออกจากแล้วเทียบโอนหน่วยกิตมาเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดแทน ซ้ำยังต้องทำงานหนักทั้งที่อายุยังน้อย ศนิไม่เคยบ่นสักคำว่าเหนื่อย หากแต่ไหนเลยคนเป็นพ่ออย่างเขาจะดูไม่ออก

โชติปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วข่มตาหลับ...เขาจะให้ลูกเห็นน้ำตาไม่ได้เด็ดขาด

 


คีนจะรีบออกไปไหนแต่เช้า เมื่อคืนก็กลับมาถึงบ้านเกือบเที่ยงคืนแล้วไม่ใช่หรือ ไม่คิดจะอยู่ให้แม่เห็นหน้าบ้างหรือไงกัน” หากเด็กรับใช้ไม่ขึ้นมาบอกว่าเมื่อคืนลูกชายกลับมานอนบ้าน วันนี้เธอคงลงมาข้างล่างหลังจากลูกออกไปแล้วเป็นแน่

ครับแม่ แล้ววันนี้ก็มีงานด่วนแต่เช้า” มหภพบอกพลางติดกระดุมแขนเสื้อเชิ้ต

เพิ่งจะหกโมงครึ่ง ไม่คิดจะกินข้าวกินปลาเลยหรือไงกัน อย่ามาอ้างว่าไม่มีเวลานะ

กินที่บ้านคงไม่ทันครับแม่ เดี๋ยวค่อยให้แม่บ้านที่บริษัทหาอะไรง่ายๆ มาให้กินก็แล้วกันครับ

งานด่วนที่ว่านี่มันสำคัญมากกว่าแม่อย่างนั้นหรือ คีนถึงลืมว่าวันนี้แม่ต้องไปตรวจสุขภาพประจำปี” เทียนแก้วตัดพ้อแกมน้อยใจ

ผมขอโทษครับแม่ที่วันนี้พาแม่ไปไม่ได้ แต่ผมไม่ได้ลืมนะครับ สั่งปรกไว้แล้วว่าให้ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนแม่” งานวันนี้สำคัญมากจริงๆ แม้จะอยากเป็นคนพามารดาไปเองแค่ไหนแต่ก็ปลีกตัวไม่ไม่ได้เลย หากปรกเป็นคนพาไปเขาก็ค่อยเบาใจ

คีนให้ปรกไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนแม่ แล้วใครจะเป็นผู้ช่วยคีนล่ะ” ความน้อยใจของเธอปลิวหาย แทนที่ด้วยความเป็นห่วงลูกชายเพราะปกติแล้วมหภพอยู่ไหนปรกอยู่นั่น

สบายมากครับ ถือว่าให้ปรกพักบ้างก็แล้วกัน

ระวังเถอะ เห็นงานสำคัญกว่าแม่บ่อยๆ แม่จะยกทุกอย่างให้ปรก

ตามใจแม่เลยครับ...ถ้าหว่านล้อมให้ปกยอมรับสมบัติแม่ได้

เทียนแก้วส่ายหน้าอย่างยอมแพ้ มหภพนิสัยเหมือนสามีผู้ล่วงลับไม่มีผิด นิ่งเสียจนเธอไม่กล้าที่จะแกล้งน้อยใจ เพราะรู้ดีว่าถึงอย่างไรลูกชายก็ง้อไม่เป็น

คืนนี้ผมนอนคอนโดนะครับแม่” ชายหนุ่มโน้มตัวไปหอมแก้มแม่เป็นการปิดบทสนทนา แล้วจะโทรหาแม่นะครับ

อย่าลืมหาอะไรกินด้วยนะคีน

เทียนแก้วบอกไล่หลังร่างสูงที่เดินเป็นวิ่งไปยังรถยนต์ซึ่งจอดไว้ตรงบันไดหน้าบ้าน มหภพยิ้มให้มารดาอีกทีแล้วพาตัวเองไปนั่งประจำที่คนขับก่อนจะพามันทะยานไปข้างหน้า

เฮ้อ ห่วงแต่งานจนลืมดูแลตัวเอง...แบบนี้ไงล่ะแม่ถึงอยากให้คีนแต่งงานกับผู้หญิงดีๆ เห็นทีคงต้องหาให้เสียแล้ว” หญิงวัยกลางคนยืนกอดอกมองรถลูกชายลับสายตาไป ถ้าให้หาเองคงได้พวกที่ไม่มีที่มาที่ไป หรือถึงจะมีแต่จริตจะก้านดูปรุงแต่งอย่างเกล็ดดาวเธอก็ไม่ปลื้มนัก



เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top