เมียบำเรอเหมาจ่าย

  • 66,575 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

บทที่ 12 เป็นอมตะ 35%

แจ้งข่าวก่อนค่ะ วสาจะลงให้อ่านในเว็บจนถึงบทที่ 14 นะคะ

ที่เหลือสามารถสั่งเป็นรูปเล่มได้ที่วสา หรืออ่านในรูปแบบอีบุ๊กค่ะ คลิกๆ เลยค่ะ 

ฝากกดไลค์แฟนเพจด้วยนะคะ  https://www.facebook.com/wasanovel/


หลายวันถัดมาอาการของศนิดีขึ้น หญิงสาวไม่ปวดหัวแล้วแต่ยังมีไข้รุมๆ อยู่บ้าง จึงไม่ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลอย่างที่นึกกลัว

“เธอหายก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องทนกินข้าวต้มหน้าตาซีดๆ ฝีมือฉัน” มหภพบอกขณะฝืนทานอาหารฝีมือตัวเองเป็นมื้อเช้าก่อนไปทำงาน

“แต่ก็อร่อยนะคะ นิชอบ” ศนิยิ้มให้แล้วตักข้าวต้มเข้าปาก รสชาติไม่สำคัญเท่ากับว่าใครทำให้

“งั้นกินต่ออีกสักเดือนเป็นไง”

หญิงสาวก้มมองข้าวต้มในถ้วยแล้วทำหน้าแหยๆ ก่อนจะพูดขึ้น

“นิทำให้อย่างอื่นให้คุณคีนกินดีกว่าค่ะ”

“ฉันว่าจะถามเธอหลายครั้งแล้ว แต่ก็ลืมทุกที”

“ถามอะไรหรือคะ” ศนิเงยหน้าขึ้นตั้งใจฟัง

“ทำไมวันนั้นถึงออกไปหลับอยู่ตรงระเบียงจนถึงเช้า” มหภพอิ่มแล้วจึงวางช้อนลงแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม

“ตอนกลางคืนนิออกไปดูดาวค่ะ แล้วก็เผลอหลับไป” หญิงสาวจำต้องปด จะให้บอกออกไปได้อย่างไรว่าคิดมากเรื่องเขาไม่กลับมานอนที่คอนโดจนฟุ้งซ่านไปหมด

“ดูดาว ?

“ค่ะ ดูดาว”

“ดูดาวในกรุงเทพฯ นี่นะ มันจะไปเห็นได้ยังไงกัน แสงสีกลบแสงดาวหมด”

“ก็เพราะไม่เห็นน่ะสิคะ นิถึงได้นั่งรอจนเกือบเช้า เผื่อว่าดาวจะโผล่ออกมาให้เห็นบ้าง” ศนิยังคงไหลไปได้ต่อ แต่ก็ไม่กล้าสบตาคนที่มองมา

“คิดอะไรเป็นเด็กๆ”

“นิไม่เด็กแล้วนะคะ” ศนิแหวขึ้น เขาชอบว่าเธอเป็นเด็กอยู่เรื่อย ถ้าเธอเด็กจริงงั้นเขาจะมาลากเด็กอย่างเธอขึ้นเตียงทำไมกัน

“เธออายุเท่าไรแล้วศนิ” มหภพเพิ่งมารู้ตอนนี้เองว่าเขาไม่เคยถามคำถามนี้กับหญิงสาวเลย

“เอ่อ...”

“เท่าไรกัน ทำไมต้องติดอ่าง”

“เอ่อ...สะ...สิบเก้าค่ะ” หญิงสาวหวั่นใจ เธอจะเด็กเกินไปสำหรับเขาหรือเปล่า

“เธออายุสิบเก้า ?” มหภพถามอย่างไม่เชื่อ เขาคิดว่าคนตรงหน้าอายุขึ้นเลขสองแล้วแต่หน้ายังเด็ก ที่ไหนได้ กลับเด็กทั้งหน้าตาทั้งอายุ ดีที่มากกว่าสิบแปด ไม่อย่างนั้นเขาคงเข้าข่ายพรากผู้เยาว์

...นี่เขากินเด็กอย่างนั้นหรือ

“มะ...ไม่ใช่ค่ะ” ศนิส่ายหน้าพลางโบกมือเป็นพัลวัน เขาจะคิดว่าเธอแก่แดดเกินไปหรือเปล่าที่กล้าเดินเข้ามาหาเขาแล้วพูดเรื่องเงินห้าแสนนั่น

“ยังไง ?”

“เอ่อ...นิหมายถึง...” หญิงสาวบีบมือตัวเองแน่น เขาต้องโกรธแน่ๆ “หมายถึงไม่ใช่สิบเก้าปีเฉยๆ แต่อีกไม่กี่เดือนนิก็จะยี่สิบแล้วค่ะ”

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอเสียหน่อย ทุกอย่างในร่างกายเธอมันไม่เด็กแล้ว ฉันรู้เพราะเห็น สัมผัส แล้วก็ชิมมาหมดแล้ว”

ผิดคาด นอกจากเขาจะไม่โกรธแล้วยังยิ้มให้เธออีกด้วย แต่มันเป็นยิ้มแปลกๆ ...ยิ้มที่เธอมองแล้วแทบจะละลายอยู่บนโต๊ะกินข้าวเหมือนเนยก้อนเจอความร้อนเข้าไป

มหภพเห็นคนตรงหน้ากำลังอึ้งจึงโน้มตัวข้ามโต๊ะไปเชยคางมนขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา แล้วจากความแผ่วเบาเนิบช้าก็ค่อยๆ ดูดดื่มขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มเพลิดเพลินไปกับการตอบสนองจากศนิที่แม้จะถูกเขาจูบกี่ครั้งต่อกี่ครั้งเธอก็ยังมีอาการเขินอายอยู่ดี

เขาว่ากันว่ากินเด็กจะเป็นอมตะ...เขาเองก็คงเป็นคนในกลุ่มนั้น

“เห็นไหมล่ะ เธอไม่ได้เด็กแล้ว” เขาจูบริมฝีปากบางหนักๆ อีกครั้ง ก่อนจะกลับมานั่งตรงเก้าอี้ตัวเดิม

ศนิหน้าแดงซ่าน เธอตั้งตัวไม่ทันกับการจู่โจมแบบด่วนจี๋ของเขา หญิงสาวเผลอมองหน้ามหภพแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงมองถ้วยข้าวต้มแล้วเอามื อสองข้างลูบถ้วยแก้เขิน

“ยังมีอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกหรือเปล่า เล่ามาให้หมด”

“ก็...”

ศนิเริ่มเล่าเรื่องที่เธอต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยของรัฐบาลและเทียบโอนหน่วยกิตมาเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเปิดให้มหภพฟัง รวมทั้งเรื่องที่ไปทำงานในภัตตาคารอาหารจีนและถูกไล่ออกจนเป็นเหตุให้ได้นามบัตรของเขามาด้วย ชายหนุ่มฟังนิ่งอย่างตั้งใจ รู้สึกดีที่วันนั้นตนให้นามบัตรและหมายเลขติดต่อส่วนตัวไป

...เขาอาจจะร้ายเพราะความเข้าใจผิด แต่ต่อจากนี้เขาจะทำทุกอย่างเพื่อทำให้ความร้ายนั้นเบาบางลงไป และจะทำให้ผู้หญิงตรงหน้ายิ้มไปถึงดวงตา

“ศนิ”

“คะ ?”

“เธอยังอยากดูดาวอยู่หรือเปล่า”

“อะไรนะคะ” ศนิสติแตกกระเจิง รสจูบของเขายังติดอยู่ที่ริมฝีปาก มันเป็นจูบในรอบอาทิตย์เลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่เธอป่วยชายหนุ่มก็ไม่ได้รังแกเธออีกเลย

“ฉันถามว่ายังอยากดูดาวอยู่หรือเปล่า พรุ่งนี้ฉันจะต้องไปดูสาขาใหม่ที่โคราช”

“อ้าว คุณคีนจะไปโคราช แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่นิอยากดูดาวล่ะคะ”

“เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว”

“ยังไงคะ นิไม่เข้าใจว่ามันจะเกี่ยวกันตรงไหน”

“ฉันมีบ้านพักอยู่ที่ปากช่อง ตอนกลางคืนที่นั่นเห็นดาวชัดมาก ถ้าเธออยากไปฉันจะพาไปด้วย” เขาเองก็ไม่ได้ดูดาวนานแล้ว ตั้งแต่เริ่มเข้ามารับช่วงต่อจากมารดาชีวิตเขาก็มีแต่งานกับงาน

ชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่าได้ชวนศนิไปในพื้นที่ส่วนตัว บ้านพักหลังนั้นเป็นบ้านที่เขาแอบซื้อไว้ นอกจากปรกแล้วก็ไม่มีใครรู้และไม่มีใครเคยไปที่นั่น แม้แต่เทียนแก้วเองยังไม่รู้เรื่องที่ลูกชายมีบ้านอีกหลัง

“จริงหรือคะ” หญิงสาวตาโต

“จริงสิ ฉันจะโกหกเธอทำไม”

“ขอบคุณมากค่ะ ไปพรุ่งนี้ งั้นให้นิไปเตรียมเสื้อผ้าเลยไหมคะ”

“เอาสิ แต่อย่าตื่นเต้นจนลืมเตรียมเสื้อผ้าให้ฉันด้วยนะ”

ศนิหัวใจพองโต เธอไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่แม่เสียชีวิตพ่อก็ต้องขยันทำงานเพิ่มขึ้น จนการเที่ยวต่างจังหวัดที่มักจะมีขึ้นทุกปีเริ่มเลือนหายไป ถ้ารู้ว่าป่วยแล้วมหภพจะใจดีแบบนี้ เธอคงออกไปนั่งตากลมหนาวทั้งคืนให้ป่วยไปนานแล้ว

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top