ดอกไม้ของมาเฟีย

  • 1,189 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

ดอกไม้ของมาเฟีย 5

ดอกไม้ของแวมไพร์ 5


06.30 ในห้องพักผู้ป่วย

“นายครับ เรียบร้อยแล้วครับ” ยูคยอมเอ่ยรายงานเรื่องของคนที่ทำร้ายแบมแบม

“อืม ฉันจะพาแบมแบมกลับตอนนี้เลย นายจัดการเรื่องโรงพยาบาลให้ฉันด้วย” มาร์คพูดพร้อมกับอุ้มดอกไม้ของเขาออกจากห้องไปอย่างไม่แคร์สายตาใครๆ

“จินยองตามหมอยองแจกับไอ้หมอเจบีมาที่บ้านด้วย” ทันทีที่คนตัวสูงอุ้มร่างบางในอ้อมกอดเข้ามานั่งในรถสปอร์ตคันหรูก็เอ่ยปากสั่งให้ลูกน้องคนสนิทให้เรียกหมอที่มีความสามารถในเรื่องดอกไม้มีพิษและวิธีแก้พิษให้มาดูแลแบมแบมด้วย

“ครับนาย” จินยองรับคำของผู้เป็นนาทันที

 

คฤหาสน์มาร์คต้วน


“ทุกคนรออยู่ที่ห้องโถงชั้นใต้ดินแล้วครับนาย” ยูคยอมเอ่ยขึ้นทันทีที่คนตัวสูงวางร่างบางที่นอนหลับตาสนิทในอ้อมกอดลงบนเตียงนุ่มในห้องนอนของมาร์คเอง

“จินยองมึงอยู่ที่นี่กับแบมแบม ยูคยอมตามกูมา” มาร์คพูดกับลูกน้องคนสนิททั้งสองก่อนที่จะสาวเท้าตรงไปยังห้องโถงชั้นใต้ทันที

 

ห้องโถงชั้นใต้ดิน

ห้องโถงชั้นใต้ดินถูกสร้างขึ้นเพื่อใช่ในการสอบสวนหรือกักขังนักโทษที่เป็นบุคคลภายในบ้าน ภายในห้องไม่มีข้าวของเครื่องใช้อำนวยความสะดวกใดๆ มีเพียงเครื่องปรับอากาศ 2ตัว หลอดไฟให้ความสว่างเพียงเล็กน้อยแค่มองเห็นทางเดิน 2ดวง หน้าต่าง 2บาน ที่เป็นกระจกใสแต่กลับมีความหนา สามารถกันกระสุนได้ และมีเก้าอี้1ตัวตั้งอยู่กลางห้องแค่นั้น ผนังทุกด้านไม่ได้สร้างขึ้นเพียงแค่เก็บเสียงภายในห้องเท่านั้น ผนังทุกด้านถูกสร้างขึ้นเพื่อรับกระสุนทุกรูปแบบ เพราะเหตุนี้ลูกน้องคนไหนที่ทำผิดกฎของบ้านหรือทรยศผู้เป็นนายของบ้าน พวกมันมักจะมีจุดจบในห้องแห่งนี้

ภายใต้ความเงียบและความกดดันที่กำลังประทุรุนแรงภายในห้องโถงขนาดใหญ่แห่งนี้ สำหรับผู้เป็นลูกน้องแล้วมันช่างคับแคบเหลือเกิน ลูกน้องที่เข้าไกลกับแบมแบมเมื่อวานถูกเรียกให้มารวมตัวกันภายในห้องนี้ทั้งหมด

“กูให้โอกาสในฐานะที่เราอยู่ร่วมกันมานาน สารภาพบาปของมึงซะ” มาร์คเอ่ยขึ้นทันทีที่เขาเข้ามาภายในห้องโถงที่เงียบสงัดพร้อมกับยูคยอม

“.......” ไม่มีคำตอบใดหลุดออกมาจากชายหญิงตรง ยิ่งทำให้อารมณ์ของปีศาจเริ่มประทุขึ้นเรื่อยๆ ลูกสมุนตัวน้อยในกรงทองทั้งหลายช่างไม่รู้อะไรเอาซะเลย ว่าความเงียบของพวกเขานั้นเปรียบดังน้ำมันชั้นดีที่ค่อยๆเติมลงไปในกองไฟที่สุมอยู่ในอกของปีศาจเรื่อยๆ

“ใบ้แดกกันหมดเลยยูคยอม” มาร์คเอ่ยขึ้นพร้อมหันหน้ามองยูคยอม เป็นเข้าใจกันดีว่าถึงเวลาลงโทษคนเฉลยแล้ว

“อ่ะ....??” ยูคยอมเดินอ้อมไปหลังขอลูกสมุนตัวน้อยที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานต่อหน้าผู้เป็นนายอย่างเป็นระเบียบก่อนที่จะดันหลังของโซเฟียให้ออกมายืนต่อหน้าผู้เป็นนาย หญิงสาวอายุเพียง 20ปี ยืนก้มหน้ามองพื้นตัวสันเทาด้วยความกลัวต่อผู้เป็นนาย

“มือเธอไปโดนอะไรมาโซเฟีย” มาร์คเอยถามเมื่อเห็นมือของโซเฟียถูกพันด้วยผ้าก็อตสีขาวตรงฝามือมีน้ำสีแดงซึมออกมาจากผ้าสีขาวบ่งบอกว่าคนตรงหน้าตอนนี้กลัวจนร่างกายรวนไปหมด

“คะ....คืออออออ” ความคิดสองด้านกำลังตีกันพันวัลอยู่ในสมองขอโซเฟีย ระหว่างความจริงที่ต้องตายกับคำโกหกที่ชีวิตรอดเขาต้องเลือกอันไหนดี

“ว่าไงโซเฟีย เธอรู้มั้ยว่าคนตายจะไม่สามารถกลับมาพูดอะไรได้อีก” มาร์คพูดกับโซเฟียพร้อมกับจ้องหญิงสาวตรงหน้าอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ

“ฉะ....ฉันกำดอกไม้ไว้ค่ะ” คำตอบเสียงแผ่วของโซเฟียเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือเล็กที่บีบฝ่ามือที่แผลของตนไว้แน่นเพื่อระบายความกลัวของตน

ปัง ปัง

มาร์คมองหญิงสาวตรงหน้าพร้อมเผยรอยยิ้มของปีศาจร้ายที่ตอนนี้มันผุดขึ้นมาเต็มที่ก่อนที่จะเหนี่ยวไกลไปที่กระโหลกป้าชื่นและฮันนาที่ยืนอยู่หลังโซเฟียอย่างแม่นยำ

“นะ....นาย!!” เสียงของชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อลูกตระกั๋วผู้เป็นนายฝังอยู่ในกระโหลกของป้าชื่นและฮันนา แทนที่จะเป็นคนผิดอย่างโซเฟีย

“สิ่งที่พวกมึงไม่รู้ บ้านหลังนี้มีกล้องวงจรติดอยู่ทุกมุมของบ้าน นอกจากภาพเคลื่อนไหว กล้องทุกตัวบันทึกเสียงของพวกมึงไว้ชัดเจนทุกคำ สัตว์เดรัจฉานสองตัววางแผนฆ่ากูอยู่ทุกเวลา ทำไมกูจะไม่รู้ เรื่องที่พวกมึงแอบมองขาเมียกู จะต้องให้กูควักลูกตามึงออกด้วยมั้ย คิดบัญชีวันนี้ซะให้หมดๆไป” มาร์คพูดพร้อมเสียงแข็งกับมองไปทางชายฉกรรจ์3คนที่ยืนอยู่ภายในห้องอย่างอาฆาต

 

ย้อนไปตอนอยู่โรงพยาบาล

เปลือกตาหนักเริ่มกระพริบถี่เพื่อปรับม่านตาให้มองเห็นชัดเจน ความมืดปกคลุมไปทั่วห้องร่างกายขยับเล็กน้อย บ่งบอกว่าร่างบางบนเตียงโรงพยาบาลตื่นแล้ว

“แบม แบม” เสียงเรียกแหบพร่าของคนที่พึ่งรู้สึกตัวหลังจากสัมผัสอาการไหวติงของร่างบางบนเตียงนอน

“คุณมาร์ค” ไม่ต้องมองหน้าแบมก็พอจะรู้ว่าบุคคลร่วมห้องตอนนี้คือ มาร์ค

พรึ่บ!!

แสงไฟถูกเปิดสว่างจ้าจากปลายนิ้วของมาร์ค สายตาแห่งความห่วงใยปนความรู้สึกผิดถูกส่งมายังแบมแบมที่นอนนิ่งมองการเคลื่อนไหวของบุคคลผู้ร่วมห้อง มาร์คให้ลูกน้องทุกคนกลับไปพักผ่อนเพราะวันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมาก แม้ว่าจินยองและยูคยอมจะไม่เห็นด้วย แต่คำสั่งของนายถือเป็นเด็ดขาดทั้งสองจึงขอให้มีการ์ดคอยอยู่รอบๆโรงพยาบาลเพื่อป้องกันผู้เป็นนายหญิง เพราะสำหรับมาร์คแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเท่านายหญิงที่ไม่รู้อะไรเลย อย่างแบมแบม

“เป็นไงบ้าง รู้สึกยังไงตอนนี้” คำถามธรรมดาที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงของคนตัวสูงทำให้แบมอดที่จะส่งยิ้มเพื่อยืนยันว่าเขาไม่เป็นอะไรหรือไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

“ทำไมไม่กลับบ้าน กินข้าวหรือยัง เหนื่อยมั้ย” ไม่ใช่แค่มาร์คที่เป็นห่วงแบมแบม แบมแบมเองก็เป็นห่วงเขาไม่น้อยเช่นกัน เขายังสวมเสื้อผ้าชุดเดิมแสดงว่าคนตัวสูงยังไม่ทันได้กลับบ้าน ยังไม่ทันได้พักผ่อนเผลอๆอาจจะยังไม่ทันกินข้าวเลยด้วยซ้ำ ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นตอนนี้คืออะไร ทำรู้สึกว่าอยากถามแต่ไม่อยากได้คำตอบ ความรู้สึกที่เป็นห่วงแบบนี้คืออะไร

“ยังครับ ตอนนี้ปวดหรือเจ็บตรงไหนมั้ย บอกพี่ได้มั้ย” น้ำเสียงอ่อนนุ่ม สัมผัสอ่อนหวานของตนตรงหน้ายิ่งทำให้ความรู้สึกภายในปั่นป่วนไปหมด

“แสบคอแล้วก็แสบท้องครับ” คำตอบของแบมทำให้หัวใจแกร่งปานน้ำแข็งไหววูบ สายตาที่บ่งบอกว่าคนที่นอนอยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่แสบคอหรือแสบท้องธรรมดา แม้จะเป็นการสัมผัสกลิ่นหอมครั้งแรก แต่แบมต้องสูดดมกลิ่นหอมนั้นหลายครั้งอยู่พอสมควร ถึงได้มีไข้สูงขนาดนี้  ยิ่งเห็นสายตาความเจ็บปวดของดอกไม้ที่รักแล้ว ยิ่งอยากบีบหัวใจไอ้คนที่ทำให้แหลกคามือ

“ใครเอาดอกไม้ให้แบมแบม บอกพี่ได้มั้ยครับ” มาร์คกัดฟันถามอย่างอดกลั้นความโกรธภายใน

“อืม ตอนแรกไม่ใช่ดอกนี้นะครับ ป้าชื่นเอาใส่ถุงมาให้เป็นอีกดอกหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นดอกนาร์ซิสซัส แต่ไม่ทันทีที่แบมจะหยิบโซเฟียก็เอาไปกำไว้ก่อน ตอนนั้นแบมตกใจมากเชื่อมั้ยคนที่ตกใจกว่าแบมเป็นป้าชื่นตบหน้าโซเฟียสองที แถมยังโดนฮันนาตบซ้ำอีกจนแบมต้องห้าม ฮันนาเลยไปเอาดอกไม้ดอกใหม่ามาให้ใหม่เป็นดอกที่แบมถืออะครับมันหอมดี” แบมแบมเล่าเหตุการณ์ให้มาร์คฟังโดยที่ไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้คนตัวสูงกำลังแสดงท่าทีอย่างไร

สายตาปีศาจถูกปล่อยมาอีกครั้งความโกรธแค้นเริ่มต้นขึ้นภายในใจของคนตัวสูง มือหนากำหมัดไว้แน่นเพื่อระภายความร้อนรุ่มภายใน แต่มันเหมือนไม่ได้ช่วยอะไรได้เลยกลับยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เขาดูแลเลี้ยงดูป้าชื่นและฮันนาเหมือนเป็นญาติของตน แต่ในเมื่อความรักและความไว้ใจที่มอบให้มันไร้ค่าก็ไม่จำเป็นต้องหายใจร่วมโลกกันอีก

“คุณมาร์ค คุณมาร์ค” แบมรู้สึกถึงความเงียบของบุคคลร่วมห้องจึงเรียกพร้อมกับเขย่าแขนมาร์คเบาๆเพื่อเรียกสติ มือเล็กค่อยๆแกะมือหนาที่ตอนนี้กำหมัดตัวเองไว้แน่นจนมันสั่นเล็กน้อย

“อ่ะ...แบมแบม” มาร์คเริ่มมีสติขึ้นมาเมื่อมือที่กำถูกคลายออกเพราะคนตรงหน้า ใบหน้าหวานส่งรอยยิ้มอ่อนให้คนตัวสูงก่อนที่จะประสานมือเล็กเข้ากับมือหนาพร้อมกับเปลือกตาที่ค่อยๆปิดลงอย่างอ่อนล้า

“พักผ่อนนะครับเด็กดี ดอกไม้ที่รักของมาร์ค” ปากหนาบรรจงจูบเน้นที่หน้าผากกลมนูนของดอกไม้ที่รักอย่างแผ่วเบา

คนหนึ่งเป็นเหมือนเปลวไฟร้อนหรือบางครั้งก็เหมือนน้ำแข็งเย็นไร้ความรู้สึก อีกคนกลับเป็นสายธารน้ำใสสะอาดที่คอยดับไฟร้อนหรือบางครั้งก็ช่วยให้น้ำแข็งนั้นละลาย เมื่อไหร่ที่คนตัวสูงเกิดไฟร้อนสุมภายใน ร่างบางจะหลอมละลายตัวเองให้เป็นน้ำเย็นคอยดับไฟให้หมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน แต่หากครั้งไหนที่คนตัวสูงเย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนน้ำแข็ง  ร่างบางจะหลอมละลายตัวเองเป็นน้ำอุ่นคอยหยอดคอยเติมให้ความเย็นชานั้นลดลง 

เหมือนครั้งนี้ที่มาร์คคือเชื้อไฟและแบมแบมที่คอยเป็นน้ำเย็นดับไฟ

 

กลับมาปัจจุบัน

.....มาร์ค.....

ปัง ปัง

คำตอบของโซเฟียทำให้ผมลังเลที่จะยิงคนผิดทั้งสองคน แน่นอนผมยิงที่กระโหลกของป้าชื่นและฮันนาทันที ตลอดการซักถามของผมกับโซเฟียผมลอบมองป้าชื่นและฮันนาอยู่เรื่อยๆ ยิ่งตอนที่โซเฟียตอบคำถามรอยยิ้มชั่วร้ายของป้าหลานผุดขึ้นมาอย่างผู้ชนะ หึหึ คนโง่ที่แพ้ต่างหาก

“นะ....นาย!!” เสียงท้วงติดขัดดังขึ้นจากชายหน้าโหดที่อยู่ภายในห้องโถง มันเป็นเหมือนคำถามกลายๆ คำถามที่ไม่รอให้มันถาม

“สิ่งที่พวกมึงไม่รู้ บ้านหลังนี้มีกล้องวงจรติดอยู่ทุกมุมของบ้าน นอกจากภาพเคลื่อนไหวแล้วกล้องทุกตัวบันทึกเสียงของพวกมึงไว้ชัดเจนทุกคำ สัตว์เดรัจฉานสองตัววางแผนฆ่ากูอยู่ทุกเวลา ทำไมกูจะไม่รู้ เรื่องที่พวกมึงแอบมองขาเมียกูจะต้องให้กูควักลูกตามึวออกด้วยมั้ย คิดบัญชีวันนี้ซะให้หมดๆไป” ผมอธิบายยืดยาวพร้อมกับส่งสายตาปีศาจไปทางพวกมันทั้งสามคน ทำไมผมจะไม่รู้ว่าป้าชื่นกับฮันนารวมหัวกันกำจัดผม เพราะทั้งสองดันไปรับเงินของศัตรูมีคำสั่งให้ฆ่าผม แต่เพราะผมไม่ค่อยอยู่บ้าน ไม่ค่อยกินข้าวบ้าน ไม่ค่อยเข้าใกล้ทำตัวสนิทกับคนในบ้านเท่าไหร่ ทำให้ทั้งสองเข้าถึงผมยากแม้จะพยายามกันอยู่หลายครั้ง "คนโง่ก็ย่อมเป็นคนโง่ ต่อให้มีคนถือหางยกตัวสูงแค่ไหน สุดท้าย...ก็ต้องตายเพราะความโง่ของตัวเอง"

“ยูคยอมพาโซเฟียไปทำแผลกับหมอยองแจก่อน แล้วพาไปพบฉันที่ห้องทำงาน” ผมพูดพร้อมกับเดินออกจากห้องทันที ก่อนที่จะตรงไปยังห้องของผมที่มีแบมแบมนอนหลับอยู่

10นาที ผ่านไป

หมอเจบีผู้เชียวชาญในเรื่องดอกไม้มีพิษกำลังตรวจร่างกายแบมแบมที่นอนหลับนิ่งด้วยฤทธิ์ของยานอนหลับที่หมอฉีดให้ก่อนออกจากโรงพยาบาลเมื่อเช้าเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและอวัยวะภายในฟื้นตัวเร็วที่สุด หมอเจบีมีผู้ช่วยชื่อหมอยองแจ ทั้งสองเป็นหมอที่เก่งที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากจะมีความสามารถในการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันและแผนโบราณแล้ว ทั้งคู่ยังสามารถรักษาอาการต่างๆได้วยดอกไม้นานาชนิดได้อีก และที่สำคัญคุณหมอทั้งสองยังพ่วงตำแหน่งเพื่อนของผมอีกด้วย

“เป็นไงเจบี มีอะไรผิดปกติป่าวว่ะ” ผมเอ่ยถามคุณหมอคนเก่งอย่างร้อนใจ

“โชคดีที่คุณแบมแบมดื่มน้ำเข้าไปเยอะ ช่วยชะล่างอวัยวะได้ดี” เจบีบอกก่อนที่จะหันมาทำหน้ากังวลใส่ผม

“แต่....ว่าที่เมียมึงป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับท้องไส้แล้วก็ลำคออยู่แล้ว หลังจากนี้อาจจะมีอาการหนักขึ้นหรือไม่ก็รุนแรงกว่าเดิม” เจบีตอบพร้อมกับสีหน้าจริงจัง

“เมียมึงอ่อนแอกว่าที่มึงคิดไว้มากนะเว้ย ระวังหน่อยแล้วกัน” คำพูดของยองแจผุดขึ้นหลังจากที่มันเปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่จะตบลงที่ไหล่ผมเบาเบา

หัวใจไหววูบเหมือนมันจะขาดออกจากขั้ว ยิ่งมองเห็นใบหน้าหวานของแบมซีดเผือกไร้สีสันนั้นยิ่งทำให้ผมเจ็บปวด ถ้าหากผมเจ็บแทนได้ผมพร้อมที่จะรับความเจ็บนั้นไว้เอง ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ผมรักแบมได้มากมายขนาดนี้ ทั้งที่พึ่งเจอกันเพียงไม่กี่ครั้ง ผมรู้สึกว่าตั้งแต่เจอแบมครั้งนั้น ทั้งร่างกายและหัวใจของผมก็มีแต่แบมแบม เป็นของแบมแบม คิดถึงแค่แบมแบม ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชีวิตที่ไม่เคยยอมใครหัวใจที่แข็งกระด้างกลับอ่อนไหวให้กับ แบมแบม

 

....เจบี....

ผมมองเพื่อนรักวัย 29ปี ด้วยความอนาจใจ เพื่อนผมไม่เคยรักใคร ไม่เคยมีความรักให้ใคร ตลอดเวลาที่ผ่านมามันใช่เซ็กส์เป็นเครื่องระบายอารมณ์กามของมัน โดยกำจัดความให้กับพวกผู้หญิงเหล่านั้นว่าคู่นอนแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่มันให้ความสำคัญกับใคร ในกลุ่มของผม มีกันอยู่ 4คน มีผมเจบี ยองแจ แจ็คสัน และมันไอ้มาร์คต้วน ผมและยองแจเป็นหมอรักษาคน แจ็คสันเป็นนักร้องชื่อดังอยู่ที่จีน ส่วนมาร์คมันคือมาเฟีย นั้นคือสิ่งที่พวกเราเป็น แต่....หลังจากที่ผมและยองแจตรวจร่างกายของแบมแบมสิ่งหนึ่งที่เราทั้งสองเห็นตรงกัน คือเรื่องราวแสนเศร้าของความรักที่ต้องพลัดพลาดกำลังจะเกิดขึ้น ความสุขบนเส้นขนานที่ถูกขีดไว้จากใครคนหนึ่ง ที่เจ็บปวดกว่านั้น โรคร้ายที่แบมแบมเป็น มันช่างน่าหดหู่กับความรักครั้งนี้เหลือเกิน

“กูรักแบม” เสียงมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา น้ำตาแห่งความเจ็บปวดรินลดหยดลงบนเรียวมือเล็กของคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ผมและยองแจมมองหน้ากันอย่างหมดหนทาง

“แต่สิ่งที่กูเป็นคือสิ่งที่แบมเกลียด สิ่งที่กูทำคือสิ่งที่แบมกลัว ตัวตนของกูคือสิ่งที่แบมไม่ต้องการ อยากออกจากตรงนี้กูอยากเป็นคนธรรมดา อยากอยู่กับคนที่รักเหมือนคนทั่วๆไป กูทำไม่ได้” มือหนาของมาร์คกำชับมือเล็กของแบมไว้แน่นราวกับกลัวว่ามือเล็กนั้นจะหายไป

“วันพรุ่งนี้คืออนาคต วันนี้คือปัจจุบัน มึงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันของมึงให้มีความสุขจะดีกว่า” ยองแจเอ่ยขึ้นเพื่อปลอบคนเป็นเพื่อน แต่ผมไม่มีคำพูดดีๆจะมอบให้มัน

“มันจะไม่มีเรื่องร้ายๆอีกแล้วครับนาย” ยูคยอมบอก

“กูกลับละ อีกสักพักแบมก็ฟื้นละ กินอาการอ่อนๆไปก่อนละกัน พรุ่งนี้กูมาใหม่” ผมพูดขึ้นก่อนที่จะเดินออกจากห้องมาทันที  ไม่อยากเห็นภาพของเพื่อนในตอนนี้

.

.

มาร์คแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับแบม แขนแกร่งโอบกอดเอวคอดของแบมไว้แน่น ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงภายในไม่กี่วัน ทำให้เขารักคนในอ้อมกอดทุกลมหายใจ ไม่รู้วันพรุ่งนี้จะเจอกับอะไร ไม่รู้จะมีเรื่องราวอุปสรรค์มากมายแค่ไหน สิ่งเดียวที่ยืนยันลมหายใจของเขาตอนนี้คือ แบมแบม

 

1 ไลค์        =1กำลังใจ

1 คอมเมน์ =1กำลังใจ

1 แชร์        =1กำลังใจ

ช่วยเติมกำลังใจให้ไรท์ด้วยน่า ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Spoil

“วันนี้ผมจะไปทำงาน” แบมพูดเสียงเข้ม

“พรุ่งนี้” มาร์คยื่นข้อเสนอ

“วันนี้” แบมยันกร้านไม่ยอม

“พรุ่งนี้” แบมไม่ยอม

“วันนี้ ยังไงก็ต้องเป็นวันนี้ และต้องวันนี้เท่านั้น” แบมพูดยืนยันเสียงแข็งชัดเจน

“เฮ้อ! กูแพ้อีกแล้วสินะ” มาร์คพูดขึ้นอย่างยอมจำนงแต่โดยดี

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top