Mountain Doom กินเนื้อคน

  • 254 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

ตอนที่ ๑ ออกเดินทาง

ณ กระท่อมหลังเก่าแห่งหนึ่งที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่

ข้างในพบร่างหญิงสาวนอนราบอยู่บนเตียงไม้ เธอแน่นิ่งไม่ได้สติเป็นเวลานานแล้ว เมื่อมองผ่านเสื้อเอวลอยที่ใส่พบว่าบริเวณท้องน้อยมีรอยเขียวช้ำจากการถูกทำร้าย

ทันทีที่ประตูกระท่อมเปิดออก พลันปรากฏร่างชายสูงใหญ่ยืนทื่ออยู่เบื้องหน้าของหญิงสาว แววตาของมันจับจ้องร่างกายอิ่มเอิบของเธออย่างโรคจิต ไล่ตั้งแต่นิ้วเท้า หัวเข่า หน้าท้อง หน้าอก ไปจนถึงเส้นผมและใบหน้า

น้ำลายไหลเยิ้มออกจากปากด้วยความหิวกระหาย สองเท้าเดินปรี่เข้าไปยังร่างที่หมดสติอยู่บนเตียง มันยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอ ก่อนจับไรผมสีทองขึ้นสูดดมพลางแสยะยิ้ม

ใช้เวลาไม่นานมันก็เปลื้องอาภรณ์ของเธอออกจนหมดสิ้น ปล่อยร่างกายเปลือยเปล่าให้นอนโล่งโจ้งอยู่อย่างนั้น มันสัมผัสเรือนร่างของเธออย่างทะนุถนอมด้วยมือที่สากดั่งกรวด ก่อนเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด แล้วนาบลงบนร่างกายของหญิงสาวที่หมดสติ

 


กรุงเทพมหานคร

เจ็ดโมงเช้า

กูบอกมึงแล้วไงว่าให้ออกจากกรุงเทพเร็วกว่านี้ ทีนี้เป็นไงล่ะสนุกมั้ยขับรถต่อแถวคนอื่นเนี่ย”  แมนพูดกับเพื่อนซี้ ทำหน้าเยาะเย้ย

เออเอาน่า จะบ่นทำพระแสงอะไรวะ เดี๋ยวก็ให้ขับเองหรอก” เก่งตอบแมนกลับไปด้วยท่าทีหงุดหงิด

ทั้งคู่สนิทชิดเชื้อกันจนใช้คำว่าครอบครัวได้เลยเนื่องจากเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่จำความได้ อาศัยว่าบ้านใกล้เรือนเคียงจึงได้เล่นด้วยกันทุกวันเป็นประจำจวบจนปัจจุบัน

ถึงแม้เก่งและแมนจะเติบโตมาจนอายุย่างเข้าเลขสามแล้วแต่ก็ไม่ทำให้ทั้งคูหมดไฟไปเสียง่ายๆ ยังพยายามขวนขวายหากิจกรรมที่ทำให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านอยู่เสมอ โดยไม่ยอมปล่อยให้หัวใจเต้นตามจังหวะธรรมดาเหมือนคนปรกติทั่วไป ฉะนั้น ผาม่านเมฆ จึงตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

แมนคือชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ตัดผมทรงสกรีนเฮ็ด เคราบางถูกกันเป็นกรอบรอบใบหน้าด้วยมีดโกน ดั้งแหลมเป็นสันงอนปลาย เมื่อรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลาผสมเข้ากับบุคลิกกวนๆของเขา เลยทำให้แมนเป็นผู้ชายที่ดูแบดบอยในสายตาผู้หญิงเป็นอย่างมาก แต่มันก็ส่งผลดีเพราะเป็นแนวที่เหล่าสาวๆคลั่งไคล้มากเลยทีเดียว

ส่วนเก่งนี่ก็ฉกาจสมชื่อ เขาทำอาชีพโปรแกรมเมอร์ให้กับบริษัทเกมส์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยเป็นงานหลัก รับซ่อมคอมพ์เป็นอาชีพเสริม แต่ก็แจ้งเกิดแค่ความสามารถนี่ละนะที่ทำให้โดดเด่นขึ้นมาได้ เพราะหน้าตาสุดแสนธรรมดามีแนวโน้มออกไปทางขี้เหร่ของเขามันไร้แรงดึงดูดทางใจจากสาวๆโดยสิ้นเชิง

เก่งมีใบหน้ารูปไข่ ผมหยิกแสกออกด้านข้างเว้นพื้นที่ว่างกลางหน้าผาก สวมแว่นสายตาทรงกลมสีดำ น้ำหนักประมาณ 90 กิโลกรัมส่งผลให้รูปร่างอ้วนท้วม เพราะไม่ได้ออกกำลังกายร่วมไปกับการรับประทานที่สุดแสนจะเหี้ยมโหดของเขา

ทั้งคู่อยู่บนทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ก่อนจะใช้ถนนหมายเลข วงแหวนรอบนอกตะวันตกเพื่อเข้าสู่เส้นทางไปยังจังหวัดโคราช โดยเก่งรับตำแหน่งตำแหน่งโซเฟอร์ตลอดทาง ส่วนแมนคอยบริการเสิร์ฟเนื้อสัตว์ พืช แป้ง ผลไม้ ลงสู่กะเพราะให้กับเพื่อนผู้เป็นคนขับอีกทีหนึ่ง ทั้งนี้ก็ทำในส่วนของตัวเองด้วย

รถที่พวกเขาใช้เดินทางเป็นรถบ้านเคลื่อนที่ขนาดกะทัดรัด รูปทรงคล้ายแวนแต่สูงกว่า ข้างในมีครัวขนาดย่อม เตียงนอนชั้นลอย โซฟาสองตัว อุปกรณ์ต่างๆสำหรับเข้าป่าและปิคนิค ด้านบนมีหน้าต่างบานเล็กสำหรับชมวิว ซ้ำลมยังสามารถพัดเข้ามาเพื่อให้อากาศข้างในได้ระบายอีกด้วย

ขณะที่รถใช้ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แมนก็ทำหน้าที่ผลิตเสบียงมื้อเช้าให้กับเพื่อนเขาไปด้วยพลางๆ โดยเข้าครัวขนาดย่อมเพื่อหั่นแซนวิซ เขาแบ่งมันออกเป็นสองส่วน แล้วเอาชิ้นที่ใหญ่กว่ายื่นให้กับเพื่อนร่างอ้วน

เก่งรับมันอย่างรีบร้อนแล้วส่งหายวับเข้าไปในปากทันที ลงสู่กระบวนการย่อยของกระเพาะต่อไป ส่วนแมนก็ไม่พูดพร่ำ เขารีบกินให้หมดเดี๋ยวนั้นก่อนที่เพื่อนของเขาจะแย่งมันไป

ตรี๊ด ตรี๊ด ตรี๊ด

เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโซฟาดังขึ้น ขณะที่แมนก็กำลังเดินปรี่เข้าไปเพื่อรับมัน

ไอ้โก้ใช่มั้ย” เก่งถามขณะหมุนพวงมาลัย

ใช่

เพื่อนเขาตอบ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมากดรับสาย

ว่าไงโก้

พวกมึงถึงไหนแล้ววะ รอนานแล้วเนี่ย” เสียงจากปลายสายพูด

พึ่งลงทางด่วนมาเอง เดี๋ยวจะบอกให้เก่งรีบอัดไปละกัน

 “เออ รีบมาละ

เสียงจากปลายสายตัดบทสั้นๆก่อนจะวางไป

แมนโยนมือถือไว้ที่เดิม แล้วเดินไปหยิบโค้กขวดใหญ่ที่วางอยู่ข้างๆลังเบียร์ขึ้นดื่มดับกระหายหลังจากคอแห้งเพราะแซนวิชเมื่อครู่ เขายังนำน้ำขวดเดียวกันที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งไปแบ่งให้เก่งดื่มด้วย

  “กูว่าเชอร์รี่ต้องบ่นฝากไอ้โก้มาแน่เลย มันถึงมาเร่งพวกเราแบบนี้เนี่ย” แมนเล่าให้เพื่อนฟังขณะที่เก่งกำลังกระดกโค้ก

 “ก็รู้ๆกันอยู่ว่าเชอร์รี่นะปากตลาดจะตาย” เก่งหัวเราะในลำคอ ก่อนจะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

บทสนทนาของทั้งคู่จบลงระหว่างที่รถเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นกว่านั้น เพราะรถบนถนนเริ่มซาลงจากที่หนาตาในตอนแรก

ผู้คนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านต่างจังหวัดช่วงวันหยุดยาวเสมอ ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบวันนี้ยิ่งแล้วใหญ่เลย รถติดยังกับมดต่อแถวไปขนอาหารกลับรังเสียอีก โชคยังดีที่แมนและเก่งมีเป้าหมายปลายทางสิ้นสุดแค่โคราช เพราะถ้าขึ้นไปทางเหนือ รับรองได้เลยว่าได้ขับกันจนเมื่อยไปข้างหนึ่งแน่ๆ

เก่งทำเวลาเพียงสองชั่วโมงเศษก็ถึงจังหวัดเป้าหมายที่ระบุเอาไว้ในแผน 

โคราช

พวกเขามุ่งหน้าต่อไปโดยไม่ได้แวะพักที่ปั้มเพื่อทำธุระหรือหาของกินข้างทางแต่อย่างใด ด้วยความขี้เกรงใจของเก่ง กลัวว่าเพื่อนจะรอนาน จึงรีบไปรับอีกสามคนที่รออยู่ก่อนหน้าที่บ้านของแคทเธอรีน

มาช้าจังนะพวกมึง มัวแต่ม่อสาวที่ไหนกันอยู่ล่ะ

เมื่อรถบ้านเคลื่อนที่จอดสนิท เสียงหญิงสาวฝีปากกล้าแผดตะโกนออกมาต้อนรับทันที เชอร์รี่ระบายความหงุดหงิดใส่เพื่อนเนื่องจากต้องนั่งรออยู่บนม้าหินอ่อนหน้าประตูร่วมครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ โดยที่พวกเขาก็ปิดล็อคบ้านเรียบร้อยเพื่อเตรียมพร้อมออกเดินทางทันทีโดยไม่ให้เสียเวลา แต่เอาเข้าจริงก็เสียเวลาจนได้

เบื้องหน้าของแมนและเก่งเห็นเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดเล็ก สร้างไว้เป็นบ้านพักตากอากาศสำหรับพักผ่อนของแคทเธอรีนและครอบครัว ส่วนมากไม่ค่อยมีคนมาอยู่ถ้าไม่มีโอกาสพิเศษจริงๆอย่างวันนี้ 

รถติด” แมนตอบสั้นๆ ทำหน้ายียวนใส่เชอร์รี่

เธอเบะปากมองบน ก่อนจะทำหน้าตาไม่พอใจ เชอร์รี่อารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว โชคดีที่แมนไม่โดนเปิดฉากด่าแรงๆเหมือนทุกครั้ง ไม่งั้นคงได้ทะเลาะกันอีกยาวจนพาลหมดสนุก

เชอร์รี่ หญิงสาวผิวขาว ผมดำยาวแสกกลางหน้าผาก  ร่างกายอวบอึ๋มกว่าแคทเธอรีน  ใบหน้าเรียว คางแหลม แววตามั่นใจ เติมปากด้วยลิปสติกสีแดงและแต่งหน้าจัดโดยรวมแล้ว เธอเป็นคนที่สวยมากคนหนึ่งเชียวล่ะถ้าหากเลิกทำหน้าตาเบื่อโลก    

เอาล่ะรีบไปกันเถอะ ต้องไปหาอะไรกินข้างทางแล้วไปกางเต๊นท์กันต่ออีก

เก่งพูดตัดบทสนทนาอันแสนน่าเบื่อของทั้งคู่ ด้วยความกลัวว่าหากสองคนนี้เกิดทะเลาะกันขึ้นมา คงจะไม่ส่งผลดีต่อแก้วหูตัวเองและเพื่อนอีกสองคนแน่นอน

ทั้งหมดช่วยกันหอบเอาสำภาระที่วางอยู่บนม้าหินอ่อนขึ้นรถ ก่อนเดินตามกันขึ้นไปโดยผลัดให้ฮิวโก้เป็นคนขับ เพื่อให้เก่งได้พักผ่อนบ้าง เสียงเครื่องยนต์สตาร์ทขึ้นพร้อมกับควันรถที่ลอยสู่อากาศ ฮิวโก้เหยียบคันเร่งด้วยความเร็วระดับปานกลาง เพราะถ้าพูดถึงเรื่องรถแล้วละก็ เขาใจไม่ถึงเท่าไหร่ที่จะเหยียบมิดไมล์

ตัวเขาเองเคยมีความทรงจำที่แสนเลวร้ายเกี่ยวกับรถมาก่อน นานมาแล้วฮิวโก้เคยเป็นนักซิ่ง แต่เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ขาขวาของเขาต้องใส่เหล็กดามเอาไว้ ส่งผลให้เดินกระเผลกไม่สมประกอบเหมือนคนปรกติ

 วันนั้นฝนตกหนัก ถนนลื่น มองทางไม่ชัด เขาขับรถยนต์ รุ่น ซีวิคมาด้วยความเร็วบนทางด่วนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ พอถึงโค้งกลับเบรคไม่อยู่ รถสะบัดไปตามแรงเหวี่ยงของโค้ง ร่างของเขากระเดนออกจากตัวรถเหวี่ยงไปฟาดกับแผงกั้นแบริเออร์คอนกรีตข้างทาง ส่งผลให้ขาขวาหัก กระดูกแทงทะลุหน้าแข้ง และนั่นเป็นต้นเหตุให้เขากลัวความเร็วไปโดยปริยาย

ฮิวโก้เป็นคนที่มีรูปร่างสูง สูงกว่าแมนนิดหน่อย ไว้ผมยาวเซอร์เหมือนนักร้องคนหนึ่งที่มีชื่อเหมือนตัวเขาเอง โกนเคราสะอาดสะอ้าน ใบหน้าขาวใส ดั้งโด้งงุ้มลงเหมือนเหยี่ยว คิ้วเชิดและริมฝีปากบาง โดยรวมแล้วหน้าตาดี แต่เสน่ห์น้อยกว่าแมน

ไม่ต้องขับเร็วละไอ้โก้ กูไม่อยากปลิวไปชนแบริเออร์แบบมึง” แมนแซว ทำหน้าระรื่น

เลว

 ฮิวโก้พึมพำคนเดียว แต่เพื่อนเขาคงได้ยิน

พวกเขาคุยกันสนุกสนานตลอดการเดินทางขณะที่รถกำลังมุ่งหน้าไปทางเทือกเขาขนาดใหญ่ มันใหญ่จนกินพื้นที่ไปหลายจังหวัด เป็นแนวยาวไล่ตั้งแต่ปราจีนบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ด้วยเส้นทางที่สลับซับซ้อนทำให้พวกเขาต้องอาศัย GPS นำทางไปอีกแรง

ทั้งหมดเดินทางผ่านแม่น้ำแม่น้ำขนาดใหญ่ติดหลายอำเภอในจังหวัดโคราช ก่อนจะใช้เส้นทางเลียบแม่น้ำ เพื่อลัดเลาะไปยังภูเขาที่อยู่ทางด้านหลัง

ระหว่างทางที่รถแล่นออกจากตัวเมือง ทุกคนก็เริ่มสังเกตโดยทันทีว่าบ้านเรือนมีให้เห็นน้อยลงเนื่องจากเริ่มเข้าเขตชนบท มีทุ่งนาทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตาให้เห็นสองข้างทางตลอดแนว

มีต้นไม้สูงกระหนาบข้างเป็นบางช่วงชวนให้รู้สึกเงียบเหงา พวกเขารู้สึกแปลกพิลึกเพราะสายตาของผู้คนที่อาศัยอยู่ตามบ้านเรือนสองข้างทางรวมถึงคนที่ขี่มอเตอร์ไซต์สวนกันต่างส่งสายตาจ้องแปลกๆผ่านหน้าต่างเข้ามาในรถ ชวนให้ขนหัวลุก

เธอเคยไปที่หน้าผานั่นจริงเหรอแคท” เก่งถามด้วยสีหน้าหวาดวิตก

ก็จริงนะสิ ถามทำไมเหรอ…”

ฉันว่าบรรยากาศมันแปลกๆ อีกอย่างสายตาคนพวกนั้นที่มองมาดูเหมือนอยากจะบอกอะไรพวกเราเลยนะ

ไม่มีอะไรหรอก คิดมากไปรึเปล่าวะ คนตามชนบทก็ยังงี้แหละ ขี้สงสัยเป็นธรรมดาว่ามีใครผ่านไปผ่านมาแถวย่านที่พวกเขาอยู่บ้าง แล้วยิ่งพวกเราเป็นคนแปลกหน้า มีเหรอที่จะไม่ถูกจับตามองน่ะ” แมนแสดงความเห็น

อย่าคิดมากสิอย่างที่บอกแหละ ฉันเคยไปปีนผาม่านเมฆมาแล้วกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนะ แคทเธอรีนพูด

แคทเป็นสาวน้อยคนเดียวในกลุ่มที่น่าสงสารที่สุด เธอเคยเล่าให้เพื่อนฟังว่าตัวเองกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็ก มีแต่ลุงกับป้าที่คอยส่งเสียเลี้ยงดูเธอตั้งแต่เล็กจนโต ทั้งเรื่องเรียน เรื่องกิน ค่าใช้จ่ายต่างๆก็ตกอยู่ในความรับผิดชอบของลุงกับป้าเธอทั้งหมด ไม่มีใครกล้าถามประวัติลึกๆของแคทมากนัก เพราะกลัวว่าจะไปสะกิดแผลในใจของเธอเข้า

แคทมีนิสัยเงียบและดูจริงจังกับชีวิต เมื่อก่อนเธอมีปัญหากับการย้ายโรงเรียนบ่อยมาก เปลี่ยนสถานศึกษาเป็นว่าเล่น เพราะปมด้อยที่ผิดแปลกราวกับคนพิการของเธอทำให้โดนล้อจากกลุ่มเพื่อนอยู่บ่อยๆ จึงทนกับความกดดันไม่ไหวเปลี่ยนสถานศึกษาไปเรื่อย

อีกทั้งเธอยังมีนิสัยถามคำตอบคำ หากไม่มีใครคุยด้วยเธอก็จะนั่งเงียบอยู่อย่างนั้นราวกับก้อนหิน เพราะว่าเธอเป็นคนแปลกๆแบบนี้ไงเลยตกเปนเป้าหมายให้แมนแกล้งอยู่บ่อยๆ

แคทยังตัวเล็กและดูเปราะบางกว่าเชอร์รี่ที่เป็นคนเจ้าเนื้อ รูปร่างของเธอมีปมด้อย เช่น มือที่มีหกนิ้ว ปากเบี้ยว ตาเข ผมบางจนหน้าผากเกือบล้าน แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเพื่อนในกลุ่ม เพราะพวกเขาคบเธอเป็นเพื่อนที่ใจไม่ใช่เปลือกนอก

เพราะเหตุนี้ไงแคทถึงรักเพื่อนกลุ่มนี้มาก ส่วนหนึ่งคือเธอไม่จำเป็นต้องกดดันอีกต่อไปเพราะไม่มีใครมานั่งล้อเลียนเธอเหมือนกับเพื่อนกลุ่มอื่นที่ผ่านมา อีกส่วนหนึ่งคือความสบายใจที่เธอไม่ต้องตกเป็นแกะดำ ทุกคนปฏิบัติตนกับแคทเธอรีนเหมือนเธอเป็นคนปรกติทั่วไปคนหนึ่ง มองข้ามความพิการของเธอแม้จะมีอีกหลายคนในชั้นเรียนที่ปฏิบัติในทางตรงกันข้าม

สิบนาทีถัดมาพวกเขาก็หลุดออกจากถนนเส้นหลักที่ตัดผ่านหมู่บ้าน เลี้ยวซ้ายเปลี่ยนไปใช้ถนนสองเลนแทนตามที่แคทบอก ทั้งหมดโดยสารไปด้วยรถบ้านเคลื่อนที่บนถนนไม่มีชื่อ แต่ชาวบ้านแถวนั้นนิยามเอาไว้ว่า

เส้นทางไปสู่ความตาย

 

เลือกจากตอนอ่าน

ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top