Mountain Doom กินเนื้อคน

  • 341 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

ตอนที่ ๒ กับดัก

ใช้เวลาไม่นานทั้งหมดก็เดินทางมาถึงตีนเขาสูงใหญ่เทียมฟ้า พวกเขาจอดรถที่ร้านแฮมเบอร์เกอร์ในหมู่บ้านเล็กๆใกล้ปากทางขึ้น ใครจะไปคิดว่าจะมีร้านอาหารที่ดูดีแบบนี้อยู่ในสถานที่เกือบทุรกันดาร ทว่าสภาพภายนอกมันไม่ได้เลิศหรูเทียบเท่ากับแมคโดนัลหรือเบอร์เกอร์คิง ป้ายบอกชื่อร้านก็ไม่มี ซ้ำยังมีหยากไย่หลบอยู่ตามซอกมุม ผนังเริ่มลอก สีชีดและสกปรก แต่ก็เหมาะสมกับสถานที่ดีแล้ว เพราะถ้าหากมีร้านหรูเช่นเดียวกับในเมืองก็คงจะประหลาดตาไม่น้อย

ทว่าสภาพภายในร้านไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด อย่างน้อยมันก็ดูสะอาดสะอ้านกว่าภายนอก มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้สำหรับทานอาหารสามชุด มีทีวีขนาดเล็กและวิทยุตั้งอยู่หลังเคาร์เตอร์ โดยมีไมโครเวฟเก่าๆตัวหนึ่งตั้งข้างๆกัน ที่นี่ใช้แผงโซล่าเซลทดแทนไฟฟ้าที่เข้าไม่ถึง สะดวกต่อการใช้งานในเวลากลางวันและยังกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ในตอนกลางคืนได้อีกด้วย

ขณะนี้ร่างของทั้งห้าคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ขอนไม้หน้าเคาน์เตอร์เป็นที่เรียบร้อย หันหน้าเข้าหาพ่อครัวประจำร้านที่กำลังบรรจงทำอาหารอย่างประณีต ทุกคนสั่งเมนูเหมือนกันหมดนั่นก็คือ

เบอร์เกอร์หมูสไปร์ซี่มัสตาร์ด

อาหารถูกวางลงบนเคาน์เตอร์จานแล้วจานเล่าให้กับลูกค้าหลายคนที่นั่งรออยู่ก่อนหน้า โดยไม่จำเป็นต้องมีเด็กเสิร์ฟ เพราะเมื่อถึงคิวทุกคนในร้านซึ่งเป็นลูกค้าประจำต่างรู้ดีและก็จะเป็นฝ่ายเดินเข้ามารับอาหารเอง แต่ถ้าหากไม่ใช่ลูกค้าประจำ ไม่นานพวกเขาก็จะเรียนรู้ได้เองว่าที่นี่มีคนน้อยกว่าจะบริการพวกเขาได้อย่างน่าประทับใจ

ไม่นานก็ถึงคิวของทั้งห้าคน โดยอาหารถูกเสิร์ฟจนครบจำนวนในเวลาไล่เลี่ยกัน เก่งกินมากที่สุดในบรรดาเพื่อน เขากินสองชิ้นรวดติดต่อกันซึ่งเป็นปริมาณที่ควรจะเลี่ยน แต่ชายหนุ่มกลับยังขอเพิ่มเฟรนซ์ฟรายด์และไก่แซ่บมากินอีกอย่างละหนึ่งชุด ยังมีออฟชั่นเสริมอย่างมันบดและทูน่าสลัดวางข้างๆกันอีกด้วย

ส่วนเพื่อนๆอีกสี่คนยอมแพ้ตั้งแต่เบอร์เกอร์ชิ้นแรกแล้ว กระเพาะพวกเขาไม่มีพื้นที่รองรับมากพอจะยัดเข้าไปถึงสองชิ้นเหมือนกับเก่งผู้มีกระเพาะสุดแสนทรหด

น้ำอัดลมสีต่างๆจัดวางตามจำนวนที่สั่ง ห้าแก้วพอดีคน ทั้งหมดรีบดื่มมันเพื่อดับกระหายหลังจากเดินทางมาเป็นเวลานาน เพราะบนรถบ้านเคลื่อนที่มีน้ำอัดลมเพียงขวดเดียวเท่านั้น ที่เหลือเบียร์ล้วนๆ

หลังจากพวกเขานั่งกินได้สักพักลูกค้าคนอื่นที่อยู่ในร้านก็เริ่มเผยพฤติกรรมแปลกๆเช่นเดิม พวกเขาลอบมองกลุ่มผู้มาเยือนบ่อยครั้งจนแมนและเพื่อนๆต่างรู้สึกได้ว่ามากเกินไปจนผิดปรกติ คนในหมู่บ้านนี้เป็นอะไรกันไปหมด

รสชาติเป็นไงบ้างล่ะแคท

            เสียงทุ้มใหญ่เอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม เขาคือลุงแมว เป็นพ่อครัวของห้องอาหารขนาดเล็กแห่งนี้ ถึงแม้รูปร่างหน้าตาของลุงจะไม่ชวนพิศสมัยเท่าใดนัก แต่ก็ถูกลดทอนส่วนนั้นลงด้วยอาหารที่ทำออกมาได้หอมเย้ายวนและหน้ารับประทานที่สุด

ภรรยาของลุงแมวชื่อป้าเมิน มีหน้าที่เป็นแม่ครัวคอยจัดสรรวัตถุดิบ ล้างเนื้อ เลาะหนัง แล่อย่างชำนาญ ก่อนจะนำเข้าตู้เก็บความเย็นของร้านเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหารต่อไปด้วยฝีมือปรุงรสของสามีเธอ

                อร่อยเหมือนเดิมค่ะลุงแมว แคทตอบกลับไปขณะใช้ทิชชู่ซับคราบซอสที่เลอะมุมปาก

            “พวกเพื่อนเธอที่มาด้วยคราวที่แล้วก็ชมแบบนั้นเหมือนกันนี่น่ะ” เขาพูดต่อ

                อร่อยมากเลยครับลุงเก่งรีบทำคะแนน หวังให้ลุงแมวปลื้มเผื่อจะได้ส่วนลดค่าอาหารขณะที่เชอร์รี่ทำหน้าตาไม่ค่อยถูกปากอยู่คนเดียว ลุงแมวหันมายิ้มให้เก่ง ก่อนจะหันกลับไปยิ้มให้ภรรยาเธอ

                เท่าไหร่ครับ” เก่งถาม

            “ลุงคิดราคาพิเศษให้ก็แล้วกันนะพ่อหนุ่ม เพราะเห็นว่าพวกเธอเป็นเพื่อนกับแคทนะเนี่ย เอามา 450 บาทพอ” ลุงแมวพูดก่อนเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะที่แคทและเพื่อนๆรีบยกมือไหว้ขอบคุณทันที

                ขอบคุณค่ะลุง ไว้หนูจะพาเพื่อนมากินอีกบ่อยๆนะคะถ้ามีโอกาส” 

                แคทพูดทิ้งทวน ขณะที่เพื่อนๆทยอยลุกออกจากเคาร์เตอร์ เก่งรวบรวมเงินจากทุกคนก่อนจะนำไปยื่นให้กับมือลุงแมว แล้วเดินออกจากร้านด้วยความอิ่มเอม พวกเขาเดินกลับไปยังรถบ้านเคลื่อนที่ โดยให้ฮิวโก้เป็นคนขับเหมือนเดิม ส่วนเก่งและเพื่อนๆนั่งเล่นยืดเส้นยืดสายบนโซฟาฆ่าเวลา

                รถบ้านเคลื่อนที่โดยสารพาพวกเขาไปยังปากทางขึ้นภูเขาโดยใช้เวลาอีกประมาณยี่สิบนาที บริเวณนั้นมีปั้มน้ำมันอยู่ข้างๆ พวกเขาแวะเติมตามคำแนะนำของแคท เพราะบนภูเขาไม่มีแม้แต่บ้านคน ฉะนั้นปั้มน้ำมันจึงอย่าหวังว่าจะเห็น

                ดีเซลเต็มถังครับ

ฮิวโก้พูดกับเด็กปั้มขณะบิดกุญแจดับเครื่องยนต์ เพื่อนๆและตัวเขาเองลงมาบิดขี้เกียจพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย ขณะที่เด็กปั้มรับเงินจากมือของฮิวโก้สีหน้าของเขาพลันปรากฏสัญญาณเตือนบางอย่าง ดูเหมือนอยากจะพูดมันออกมาเต็มกลืนแต่ก็ทำไม่ได้

มีอะไรเหรอน้อง พี่เห็นน้องทำหน้าอ้ำอึ้งอยู่นานแล้ว” แมนรู้สึกเดือดดาลเมื่อเห็นท่าทางน่าสงสัย

ไม่มีอะไรหรอกครับพี่ เขาตอบ และดูเหมือนมันถูกบังคับจากอะไรบางอย่างให้พูดออกมาแบบนั้น

ในที่สุดพฤติกรรมของเด็กปั้มก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของพวกเขาอีกต่อไป เพราะทั้งหมดต้องการขึ้นไปยังผาม่านเมฆให้เร็วที่สุดก่อนจะค่ำเสียก่อน

รถขับเคลื่อนออกมาจากปั้มเล็กๆสุดเขตย่านชนบท ก่อนจะผ่านเข้าซุ้มที่ถูกเขียนเอาไว้ว่า ‘ผาม่านเมฆ’ พวกเขาเดินทางผ่านป่าทึบสองข้างทางเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรโดยพาหัวใจที่ชุ่มฉ่ำของตัวเองไปด้วย ชีวิตในเมืองที่ได้แต่กลิ่นควันรถจากท่อไอเสียทุกวันเทียบไม่ได้กับโอโซนบริสุทธิที่นี่เลยสักนิด เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ทั้งหมดมีโอกาสได้ออกทริปเที่ยวป่าที่มีแต่พืชเขียวขจีรอบด้าน

พวกเขาเดินทางต่อขึ้นไปบนภูเขาซึ่งบางช่วงก็ลาดยางให้โดยสารผ่านไปได้ง่าย แม้บางช่วงก็มีลูกรังหรือเส้นทางขรุขระคอยขัดขวางอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ไม่ทำให้ต้องลำบากใจสักนิด เพราะรถคันโปรดของเก่งสามารถใส่เกียร์โฟร์วินได้ด้วย จึงไม่ต้องห่วงเรื่องทางลาดหรือทุรกันดารให้กวนใจ

คนหมู่บ้านนี้เป็นอะไรกันไปหมด ดูท่าทีแปลกๆหลายคนแล้วนะ แมนเปิดเรื่องขึ้นขณะที่ทุกคนเกือบเคลิ้มหลับ

เออว่ะกูเห็นด้วยตั้งแต่พวกเราเข้าหมู่บ้านมา รู้สึกว่าชาวบ้านสองข้างทางมองเราแปลกๆ รถที่ขับสวนก็เหมือนกัน แถมในร้านเบอร์เกอร์ลุงแมว พวกคนที่อยู่ในร้านต่างก็มองพวกเราแปลกๆเหมือนต้องการสื่อสารอะไร เก่งพูดสมทบเพื่อนเขา เพราะตัวเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน

พวกนายจะกลัวอะไรกันนักหนา เป็นผู้ชายซะเปล่า” เชอร์รี่แย้งขึ้น ทำหน้าบูด

คราวที่แล้วที่ฉันพาเพื่อนๆมาก็เป็นแบบนี้นะ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร” แคทเธอรีนพูดปลอบใจให้เพื่อนๆรู้สึกดีขึ้น

เฮ้ ดูทางข้างหน้านั่นสิ” จู่ๆฮิวโก้ก็ร้องเรียกตัดบทสนนทนาของเพื่อน

เมื่อทั้งห้าคนมองออกไปทางกระจกด้านหน้ารถ พบว่าเป็นทางแยกรูปตัววี กระหนาบไปด้วยต้นสนสองฟาก มีป้ายบอกจุดหมายตั้งตระหง่านอยู่กลางแยก

 ทางซ้ายไปผาม่านเมฆ  ส่วนทางขวาไม่ได้บอกเอาไว้

แล้วจะไปยังไงละเนี่ย” ฮิวโก้ขอความเห็นจากเพื่อนๆ

ต้นสนขนาดใหญ่อยู่ในลักษณะทิ้งราบไปกับพื้นถนน กีดขวางเส้นทางที่พวกเขาทั้งหมดต้องใช้เดินทางไป ลำพังแค่พายุธรรมดาคงทำให้มันล้มยากเพราะความแข็งแรงของรากและลำต้นที่สูงใหญ่ แต่มันกลับล้มเอาเสียดื้อๆเสียได้ในตอนนี้ ทั้งหมดเดินลงจากรถไปยังต้นไม้ต้นนั้นหวังตรวจดูสาเหตุ

มันถูกโค่นนี่หว่า ลองมองรอยตัดนั่นสิแมนชี้ไปยังตอไม้ข้างๆกัน

ใครกันที่ทำแบบนี้นะ พวกลักลอบตัดไม้เหรอ” เก่งพูดพลางเสยผมที่หล่นมาปรกข้างหน้า

เอาไงกันดี อีกทางหนึ่งไปได้ไหม” แมนหันไปถามแคท แล้วพูดต่อ มาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้กลับไปเฉยๆก็เฟลแย่เลยสิ

ฉันว่าอีกทางก็ไปได้นะ ลองดูมั้ย แคทเสนอความเห็น

จะทำอะไรก็รีบๆทำ ฉันอยากกางเต๊นท์นอนจะแย่อยู่แล้ว” เชอร์รี่พูดแทรกขึ้นพลางเดินกลับไปนั่งรอบนรถ

                แมนทำท่าจะเดินตามไปด่าเพราะทีท่าของเธอมันไร้มารยาทสิ้นดีแต่ก็ถูกเก่งห้ามปรามเอาไว้ โดยให้เหตุผลว่าไม่ควรทะเลาะกันในตอนนี้รังแต่จะทำให้เที่ยวไม่สนุกเปล่าๆ

หลังจากที่ทั้งหมดลงความเห็นว่าจะไปทางแยกอีกทางที่อยู่ข้างๆกัน จึงเดินกลับมาขึ้นรถ ขณะที่เก่งขอตัวไปทำธุระบริเวณทางลาดข้างทาง เขาหันไอ้จ้อนเข้าหาป่าแล้วปล่อยมันออกมาทันที ขณะที่เก่งทำธุระอยู่นั้นสายตาของเขาพิเรนทร์ไปเห็นวัตถุบางอย่างที่อยู่ห่างออกไป มันไกลเกินกว่าจะจับใจความได้ว่าคืออะไร แต่ภาพประหลาดตรงหน้าก็ไปสะกิดต่อมอยากรู้ของเขา จึงหวังเดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อดูหลังทำธุระเสร็จ

                เฮ้ย จะฉี่เป็นลิตรเลยรึไงวะ พวกกูรอนานแล้วนะ” แมนเปิดประตูรถ แล้วตะโกนเร่งเพื่อนตัวเอง

                ขณะที่เก่งเดินเกือบถึงครึ่งทางแล้วก็ต้องหยุดชะงักตามเสียงตะโกนด่าของเพื่อน เขาหันไปหาแมนทีหนึ่งแล้วหันกลับไปหาวัตถุอันนั้นอีกที ในใจรู้สึกเสียดายหากไม่เดินเข้าไปดูให้เห็นกับตา แต่ก็เกรงใจกลัวเพื่อนจะรอนาน

                สุดท้ายหนุ่มร่างอ้วนก็ตัดสินใจหันหลังเดินกลับไปยังรถบ้านที่มีเพื่อนๆนั่งรออยู่ ปล่อยให้มันเป็นความสงสัยในใจลึกๆต่อไป เขากะว่าขากลับจะลองแวะมาดูอีกครั้งหนึ่งเผื่อมันยังอยู่ จะได้หายแคลงใจเสียที เมื่อเก่งขึ้นรถเสร็จ ฮิวโก้ก็เหยียบคันเร่งพารถออกไปทางแยกอีกทางตามเสียงโหวตของเพื่อนๆ

                กระนั้นเองวัตถุที่เก่งเห็นในตอนแรกคือกวางตัวหนึ่ง

ไม่สิเหลือแค่หัวของมันเท่านั้น เพราะศีรษะของกวางถูกหั่นออกจากร่างโดยไม่รู้สาเหตุ ลำตัวของมันหายไป เปลือกตายังอ้าออกเผยให้เห็นแววตาใสปริ่มน้ำตา

 มีเลือดบางส่วนกระเซนซ่านไปรอบบริเวณ เปื้อนศีรษะของกวางตัวที่โชคร้าย กลิ่นคาวฟุ้งตลบอบอวนไปทั่ว มีแมงหวี่หลายตัวบินว่อนอยู่รอบซาก คราบเลือดหยดเลอะพื้นเป็นทาง เข้าไปในป่า ลึกเข้าไปเรื่อยๆตามเส้นทางเดียวกันกับที่ผู้มาเยือนกำลังเดินทางเข้าไป

ดูเหมือนว่ามีบางอย่างที่มีพละกำลังมหาศาลตัดศีรษะของกวางออก เรี่ยวแรงมันต้องเยอะทีเดียวเพราะรอยแยกระหว่างคอและลำตัวถูกสับให้ขาดสองท่อนในครั้งเดียว เหล่านักเดินทางทั้งห้าคนไม่ทันได้สังเกตซากของกวางตัวนี้ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่พยายามจะเดินเข้าไปสำรวจแต่กลับถูกเพื่อนตะโกนเรียกขัดจังหวะเสียก่อน

ไม่อย่างนั้นซากอันสยดสยองที่เหลือเพียงแค่หัวของกวางตัวนี้ คงจะเป็นตัวประกอบการตัดสินใจได้อย่างดีว่าพวกเขาควรไปยังผาม่านเมฆต่อหรือยกเลิกทริปแล้วเลี้ยวกลับลงไป

                ไม่ทันเสียแล้ว

พวกเขาเลือกจะไปยังหน้าผาที่ผู้คนต่างกล่าวขานว่ามันอันตรายที่สุดเพื่อทดสอบศักยภาพของตัวเองและคำสบประมาทต่างๆนานาถึงหน้าผานั่น

                รถบ้านเคลื่อนที่ไปตามทางลูกรังขรุขระตลอดทั้งสาย ฮิวโก้ต้องขับช้าๆเพื่อประคองเพื่อนในรถไปพร้อมกับกาแฟในถ้วยไม่ให้หกด้วย พวกเขาต้องอาศัยการเดาเส้นทางส่งๆ ซึ่งนับว่าเสี่ยงมากในป่าทึบเช่นนี้ แต่จะทำยังไงได้ล่ะในเมื่อไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตสักขีด ฉะนั้นระบบจีพีเอสจึงหมดประโยชน์

                โชคดีที่ถนนมีเพียงเส้นเดียว ไม่ได้เป็นทางสลับซับซ้อนมากนัก จึงง่ายต่อการเข้าไปและกลับออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น แต่กลุ่มนักเดินทางจะมีโอกาสรอดกลับออกมารึเปล่ารึเปล่านะ

 

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top