Mountain Doom กินเนื้อคน

  • 565 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

ตอนที่ ๔ รอย

เก่งวู่วามเกินไป แน่ละเพราะในมือของเขากำลูกซองยาวเอาไว้แน่น ชายหนุ่มย่างเท้าออกไปนอกตัวรถอย่างระแวดระวังขณะที่ฝนยังคงตกอยู่เหมือนเดิม

                หนุ่มร่างอ้วนหันซ้ายหันขวาเพื่อสำรวจรอบๆ เขาคิดว่าอาจจะเป็นพวกเจ้าของรถฟอร์ดก็ได้ ที่พึ่งกลับมาจากการปีนเขา แต่เมื่อมองผ่านม่านฝนออกไปตรวจดูอย่างถี่ถ้วนแล้วกลับไม่มีใคร แถมเสียงก่อกวนในตอนแรกก็หายไปแล้ว

แล้วเมื่อกี้นี้มันเสียงอะไรวะ

                เมื่อเก่งสำรวจจนพอใจก็ปิดประตูและล็อคกลอนเหมือนเดิม เขาวางปืนไว้ข้างแมน ก่อนจะเข้าไปนั่งที่เบาะด้านคนขับและหลับทันทีด้วยฤทธิ์ของความง่วง คืนนั้นไม่มีเสียงอะไรมารบกวนเก่งอีก มีเพียงเสียงของสายฝนที่ตกกระทบผิวหลังคารถเป็นระยะ ทุกคนนอนหลับยาวโดยไม่มีใครลุกขึ้นมากินน้ำหรือทำธุระส่วนตัวใดๆ

เช้าวันรุ่งขึ้นแดดจากดวงอาทิตย์สาดลงบนภูเขาเร็วกว่าที่คิด มันส่องกระทบกระจกหน้ารถทะลุอาบผิวกายของชายหนุ่มทั้งสองที่ยังคงหลับสนิท เว้นแต่ฮิวโก้กับเชอร์รี่ที่ตามแคทเธอรีนออกไปตั้งแต่ตอนเช้ามืด

ทั้งสามคนมุ่งหน้าขึ้นทิศเหนือไปยังน้ำตกที่อยู่ก่อนถึงผาม่านเมฆ แคทเธอรีนเคยลงอาบตอนที่มากับเพื่อนอีกกลุ่มก่อนหน้านี้เลยจดจำเส้นทางได้เป็นอย่างดี ขณะนี้พวกเขาอยู่บริเวณต้นน้ำและลงอาบพร้อมกันในแอ่งที่มีโขดหินล้อมรอบ

ด้านบนมีน้ำตกไหลลงมาด้านล่างจำนวนห้าชั้น โอบล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพรรณและพืชลำต้นสูงใหญ่ รับรู้ได้ถึงกลิ่นดินและพืชสีเขียวได้อย่างชัดเจน เสียงของน้ำไหลเป็นจังหวะผสมกับเสียงจิ๊งหรีดที่ร้องไม่ขาดสาย

ยาสีฟัน ยาสระผม ครีมนวด ครีมอาบน้ำและสบู่ ถูกวางรวมกันเอาไว้ให้หยิบง่ายๆ ผิวกายพวกเขาสั่นสะท้านเพราะอุณหภูมิความเย็นของน้ำ จึงรีบอาบให้เสร็จโดยไม่พูดไม่จากันเลยสักคำ

ยังพอมีเสียงของนกเขาและนกสายพันธุ์อื่นๆแว่วให้ได้ยินอยู่บ้างต่างจากยามวิกาลที่แม้แต่เสียงจิ้งหรีดบ่นสักตัวก็ยังไม่มี เมื่อมองไปรอบๆพบว่าธรรมชาติบนภูเขาแห่งนี้ประกอบไปด้วยเหล่าพืชสีเขียวมากมาย ที่ผ่านตาพวกเขาระหว่างเดินมายังน้ำตกก็มี ยางแดง มะค่าโมง ก่อสีเสียด ก่อตาหมูน้อย อบเชย ให้เห็นอยู่ตามทางมากมาย

ความรู้สึกของคนที่เดินในป่าลึกเกือบทุกคนจะรู้สึกเหมือนกับว่ามีดวงตาคอยจ้องมองพวกเขาอยู่ อาจเป็นเพราะความเงียบของมัน ความลึกลับ หรืออาถรรพ์ที่ยังไม่สามารถมีใครพิสูจน์ได้ และในขณะนี้พวกเขาทั้งสามคนก็รู้สึกเหมือนกัน

เหมือนมีสายตาจากรอบทิศทางจับจ้องมายังพวกเขา โดยเฉพาะฮิวโก้ที่รู้สึกแรงกว่าคนอื่นจึงอดถามออกมาไม่ได้

รู้สึกแปลกๆมั้ย เหมือนมีคนจับตาดูพวกเราอยู่เลย” เขากระซิบบอกเพื่อนสาวทั้งสอง

พูดบ้าอะไรของนายวะโก้ คนยิ่งกลัวๆอยู่” เชอร์รี่พูดพลางหันมองรอบทิศทางด้วยความหวาดระแวง

รีบๆอาบกันสิ จะได้รีบกลับ

 แคทเสนอความเห็น ขณะขึ้นจากน้ำแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนไว้บนกิ่งไม้ยีศีรษะ ความจริงแล้วเธออาจจะกลัวมากกว่าเพื่อนก็ได้จึงแสดงอาการลุกลี้ลุกลนออกมาแบบนั้น

ฮิวโก้และเชอร์รี่ไม่รอช้ารีบจัดการให้เสร็จธุระและขึ้นจากน้ำเช่นกันขณะที่ฟองสบู่ยังติดอยู่ตามร่างกาย แสดงให้เห็นถึงความรีบร้อน แต่เพราะพวกเขาไม่อยากอยู่ตรงนี้นาน กลับไปรวมกลุ่มห้าคนสบายใจกว่าเยอะ อีกอย่างฮิวโก้ก็ลืมหยิบปืนพกติดตัวออกมาด้วยจึงระแวงมากเป็นพิเศษ 

หวังว่าคงไม่ใช่เสือหรือหมีนะ” เชอร์รี่เสียงสั่น

จำไว้เลยนะ ถ้าเป็นอย่างที่เธอพูดมา ให้รีบปีนขึ้นที่สูงเข้าไว้ห้ามวิ่งเด็ดขาด ฮิวโก้เสนอทางเลือกที่ถูกต้อง

นายน่าจะหยิบปืนมาด้วยนะโก้ ไม่น่าลืมเลย

เลิกบ่นแล้วรีบกลับเถอะ

ใช้เวลาไม่นานทั้งหมดก็เก็บข้าวของแล้วเดินออกจากบริเวณนั้นทันที เหลือเพียงคราบสบู่ที่ยังลอยอยู่บนผิวน้ำและเปรอะเปื้อนตามโขดหิน

เมื่อทั้งสามคนเดินออกไปจนลับตาแล้ว

สายตาที่จับจ้องในตอนแรกก็ปรากฏกายออกมาหลังจากที่บริเวณนั้นไม่มีใคร มันเร้นกายอยู่หลังต้นยางแดงมาเป็นเวลานานแล้วเพื่อศึกษาพฤติกรรมของเหยื่อ จับจ้องเรือนร่างของทั้งสามคนราวกับคำนวณอยู่ในใจว่าจะปรุงรสชาติแบบไหน อาจเป็นต้มยำหัวคนหรือแกงป่านิ้วเท้าก็ได้

ส่วนอีกคนที่อำพรางตัวอยู่ในพงหญ้าใกล้ๆ ก็เดินตามออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน

คนแรกร่างกายสูงใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป มันสูงยาวเกือบแตะระดับสองเมตร รูปหน้าผิดแปลกชวนสยดสยองต่อผู้พบเห็น ตาโปนเกือบออกมานอกเบ้ากลิ้งกลอกไปมาราวกับดวงตาของกิ้งก่า จมูกของมันไม่มีดั้ง เห็นเพียงรูแคบๆตรงกลางใบหน้าที่ใช้พ่นลมหายใจอ่อนๆออกมาเท่านั้น

อีกคนตัวเล็กกว่าคนแรกเกือบครึ่ง รูปร่างค่อนไปทางแคระ สูงไม่เกิน 150 เซนติเมตร มันจึงซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าที่ไม่สูงมากได้อย่างแนบเนียน อีกทั้งลักษณะใบหน้ายังเหมือนกับเจ้าตัวแรกทุกอย่าง ต่างกันตรงที่เจ้าตัวนี้ไม่มีใบหูทั้งสองข้าง

ทั้งคู่สวมอยู่ในชุดคล้ายๆกับชุดของพ่อครัวทั่วไปตามร้านอาหารตามสั่ง มีผ้ากั้นเปื้อนผูกติดด้านหน้าเอาไว้ สภาพเนื้อผ้าเก่าเขรอะขาดวิ่นแทบไม่เหลือชิ้นดี แต่ก็ยังใช้ใส่ปกปิดเรือนร่างอันทุเรศของพวกมันได้

ความสกปรกโสโครกเกาะติดอยู่บนเนื้อผ้าที่พวกมันใส่ ทิ้งเป็นคราบสีแดงเอาไว้เต็มพื้นที่ มีกลิ่นคาวอ่อนๆจากคราบเลือดที่แห้งโชยออกมา มันอาจเป็นเลือดของสัตว์หรือคนก็ได้ที่ถูกพวกมันสังหาร

                คนป่าทั้งสองเดินเข้าไปยังบริเวณแอ่งน้ำที่ผู้มาเยือนชำระร่างกายในตอนแรก มันเอามือลูบคราบสบู่ที่เปื้อนอยู่บนโขดหินขึ้นมาแล้วบรรจงเลียอย่างสนุกสนาน ส่วนตัวที่เล็กกว่าไม่อยากเสียเวลา ด้วยความฉลาดจึงก้มลงไปเลียคราบที่เหลืออยู่บนโขดหินจนหมดเพื่อประหยัดเวลา

                ตัวใหญ่อดขำไม่ได้ มันปรบมือชื่นชมตัวเล็กอย่างเพลิดเพลิน

                “พวกนั้นคืออาหาร

                 เสียงแหบแห้งของคนป่าร่างยักษ์อุทานขึ้นในลำคอ มันพูดภาษาเดียวกันกับผู้มาเยือน ฉะนั้นจึงแน่ใจได้เลยว่ามันก็คือมนุษย์เช่นเดียวกัน แต่เพราะมีความผิดปรกติทางด้านจิตใจก็เลยส่งผลให้เป็นมนุษย์ที่มีสติไม่สมประกอบเท่านั้นเอง

                หลังจากที่พวกมันเลียคราบที่เปรอะเปื้อนบนโขดหินจนหมด ก็เดินลับหายเข้าไปในป่า

 

                อีกด้านหนึ่ง ฮิวโก้ เชอร์รี่และแคทได้ยินเสียงโวยวายจากเพื่อนดังมาแต่ไกลจึงรีบเร่งฝีเท้าไปยังที่พักโดยเร็ว เมื่อถึงแคมป์จึงเห็นเพื่อนทั้งสองคนยืนอยู่ด้านนอกตัวรถและกำลังถกเถียงถึงประเด็นบางอย่าง

                ต้องเป็นฝีมือพวกมันแน่ ไอ้พวกสารเลว” เก่งสบถคำหยาบออกมาขณะที่ตัวเขาเองเริ่มขาดสติ

                มีอะไรกันเหรอ ฮิวโก้เดินปรี่เข้าไปหาเพื่อนทั้งสอง

                ภาพที่ฮิวโก้เห็นเบื้องหน้าเล่นเอาตกใจ รอยขีดเป็นแนวยาวปรากฏอยู่รอบรถบ้านเคลื่อนที่หลายแห่ง ทั้งกระโปรงหน้า ด้านข้างตัวรถทั้งสองฝั่ง และด้านหลัง ร่องรอยเหมือนถูกของมีคมกรีด

                “ฝีมือใคร” หนุ่มขาเป๋เอ่ยถาม

                กูไม่รู้ ตื่นมาก็เป็นแบบนี้แล้ว แต่จะมีใครได้อีกละถ้าไม่ใช่พวกมัน เจ้าของรถฟอร์ดคันนั้น” เก่งไม่พูดเปล่า หยิบก้อนหินที่วางอยู่บนพื้นขว้างไปยังรถฟอร์ดที่จอดแน่นิ่งอยู่ข้างๆ

                เพล้ง

                กระจกด้านข้างฝั่งคนขับแตกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยของฟอร์ดคันนั้นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนป่า มันกังวานอย่างต่อเนื่องเพื่อเตือนผู้เป็นเจ้าของให้รู้ว่า บัดนี้เกิดเรื่องร้ายกับรถของตัวเองอยู่

                นายทำบ้าอะไรวะเก่ง รู้แน่แล้วเหรอว่าพวกมันแกล้งเรา

เชอร์รี่เอ่ยถาม ทำท่าจะห้ามเพื่อนอีกคนที่กำลังก้มหยิบวัตถุอีกก้อนเพื่อขว้างไปยังรถคันเดิม หินขนาดพอดีมือถืออยู่ในมือของแมนเป็นที่เรียบร้อย เชอร์รี่ห้ามความใจร้อนของหนุ่มหัวเกรียนไม่ทัน

แมนขว้างซ้ำตามหลังเก่งไปอีกรอบ

เพล้ง

กระจกที่นั่งด้านหลังคนขับแตกกระจายว่อนไปคนละทิศ และแน่นอนว่าเสียงสัญญาณกันโขมยดังขึ้นอีกรอบ

ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น

ถ้าไม่ใช่ฝีมือพวกมันแล้วใครกันละ” แมนตะโกนลั่นพลางท้าทาย

ออกมาสิวะ อย่าเอาแต่หดหัวอยู่ในกระดอง

ไม่นานเสียงสัญญาณของรถคันนั้นก็ดับลง เป็นเวลาเดียวกันที่ฮิวโก้เดินเขาไปตบไหล่เพื่อนทั้งสองเพื่อให้พวกเขาใจเย็นลง แต่ในใจตัวเองก็อดแค้นไม่ได้ เพราะเมื่อคิดถึงค่าเสียหายที่เก่งต้องซ่อมและทำสีใหม่คงบานเบอะเลยทีเดียว

เอางี้มั้ย พวกเราออกไปตามหาพวกมันกัน จะได้รู้ไปเลยว่ามาทำแบบนี้กับเราทำไม

ฮิวโก้เสนอ ขณะที่เชอร์รี่และแคทเธอรีนเงียบ ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ พวกเธอยังคงไม่เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในใจเชอร์รี่คิดว่าไม่น่าจะเป็นฝีมือของเจ้าของรถฟอร์ดแน่นอน เพราะไม่เคยเจอหน้าค่าตาและบาดหมางกันมาก่อน แล้วพวกเขาจะมาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร อยู่ในป่าแบบนี้สามัคคีกันไว้ไม่ดีกว่านี้

เธอพยายามนึกว่าระหว่างทางที่ผ่านมาเก่งหรือโก้ได้ขับไปเฉี่ยวชนอะไรบ้างหรอกเปล่า แต่ผลปรากฏว่าเธอไม่พบเหตุการณ์ใดๆที่บ่งบอกถึงรอยขูดขีดนี้ได้เลย

แน่ใจนะว่าเป็นรอยมีดจริงๆ” เชอร์รี่ย้ำ

รอยลึกขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่มีดแล้วจะเป็นอะไรไปได้ละจ๊ะแม่คุณเอ้ยแมนตอบแทนเก่ง

นี่…”

ขอล่ะ อย่ากัดกันตอนนี้ได้มั้ย แค่นี้ก็เครียดพออยู่แล้ว อย่าสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นเลย เอาเวลาไปช่วยกันหาตัวคนที่มันทำลายทรัพย์สินเราไม่ดีกว่าเหรอ

เชอร์รี่ทำท่าจะเอ่ยปากด่าทว่าเก่งกลับพูกขัดขึ้นเสียก่อน มันได้ผล เชอร์รี่เบะปากมองบน ส่วนแมนก็ทำหน้าไม่ต่างกัน

แล้วเรื่องปีนหน้าผาละ จะเอายังไง” แมนพูดพลางลูบศีรษะทำท่าเสียอารมณ์ “อุตส่าห์หอบเอาเครื่องไม้เครื่องมือมาตั้งหลายร้อยกิโล แล้วต้องขนกลับบ้านทั้งๆที่ยังไม่ได้ไปลองเลยเนี่ยนะ

งั้นพวกมึงไปปีนกันเลย กูจะอยู่เฝ้ารถที่นี่เอง เพราะเกิดพวกมันมาเอาฟอร์ดหนีไปเราจะกลับมาไม่ทัน” เก่งแนะนำ

ถ้ายังงั้นพวกกูจะเป็นฝ่ายออกไล่ล่าไอ้เจ้าของรถฟอร์ดคันนี้เอง เจอตัวมันเมื่อไหร่ก็จับมัดติดกับต้นไม้เอาไว้ แล้วก็ปีนเขาเล่นไปพลางๆ แมนทำหน้าสะใจ

เป้าหมายของพวกเขาที่มาในครั้งนี้ก็คือได้สัมผัสบรรยากาศของผาม่านเมฆอย่างใกล้ชิด ได้ทดลองปีน พวกเขากระหายคำท้าทายจากผู้คนและต้องการเอาชนะคำพูดเหล่านั้น ซึ่งเก่งก็เข้าใจแมนดี เขาไม่อยากทำลายความตั้งใจของเพื่อนที่อยากจะพิชิตผาม่านเมฆ ทั้งที่ในใจก็แอบเคืองเล็กน้อย

แมนและเพื่อนอีกสามคนไม่อยากพลาดโอกาสที่ดีแบบนี้ไป ถึงแม้ว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นก็ตาม แต่หลังจากเสร็จเรื่องปีนเขาเมื่อไหร่ พวกเขาจะต้องออกตามล่าผู้กระทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าอย่างนี้แน่นอน

หลังจากพูดคุยกันเสร็จทั้งหมดก็เข้าไปในรถบ้านเพื่อจัดเตรียมของ ในกระเป๋าสะพายหลังประกอบไปด้วยสายรัดนิรภัยแบบครึ่งตัวและเต็มตัว เชือกโรยตัว เชือกปีนเขาและอุปกรณ์อีกหลายชิ้นที่เตรียมมารวมถึงเสบียงด้วย

เมื่อพวกเขาตรวจดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่ลืมอะไรจึงเก็บมันเข้ากระเป๋าอย่างเดิม

ใครจะไปกับกูบ้าง แมนถามความสมัครใจจากเพื่อนทุกคนอีกครั้ง ขณะที่เก่งสละสิทธิ์ไปแล้วคนหนึ่ง ส่วนคนอื่นๆเงียบเหมือนรู้กัน สีหน้าของพวกเขาบ่งบอกว่าอยากไปใจจะขาดอยู่แล้ว

ให้กูอยู่เป็นเพื่อนมึงมั้ย ฮิวโก้พูดลองเชิงขณะโอบไหล่ชายร่างอ้วนเข้าหาตัว

ไม่เป็นไร พวกมึงไปกันเถอะ แต่รีบๆกลับมาละกัน กูอยากเคลียร์เรื่องรถให้เสร็จแล้วกลับบ้านเลย ถ้าเป็นไปได้อยากจะกลับเย็นนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าไม่เจอตัวพวกมันกูไม่ยอมเลิกราแน่ เก่งทุบเคาร์เตอร์ครัวด้วยความโมโห ปรกติแล้วเก่งแทบจะไม่เคยโมโหเลยด้วยซ้ำ เคยฉุนขาดสุดๆแค่ครั้งเดียวก็คือเรื่องเพื่อร่วมงานที่พยายามแกล้งเอาแมลงสาบที่ตายแล้วหย่อนใส่ก้น ผลสุดท้ายเบ้าตาเขียวเพราะถูกชกด้วยหมัดอันทรงพลังของเก่ง

เอาน่ากูว่าพวกมันต้องอยู่แถวหน้าผานะแหละ อาจจะตั้งแคมป์พักค้างคืนแถวนั้นก็ได้

แมนพูดขณะที่ตัวเองเดินไปยังกระเป๋าอีกใบที่วางด้านหลังคนขับ แล้วหยิบปืนสั้นขนาด .38 เงาวับอีกลำที่เตรียมมาชูขึ้นดูระดับศีรษะ ชายหนุ่มปลดล็อคและหมุนโม่อย่างชำนาญเพื่อเช็คกระสุนภายใน ก่อนจะพบว่ามีกระสุนบรรจุอยู่เต็มโม่อย่างที่คิด เพราะเขาใส่มันมาจากบ้านแล้ว

เขานำมันไปยื่นให้กับมือของเก่ง

มึงต้องพกติดตัวเอาไว้นะ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าพวกมันมีอาวุธรึเปล่า

เก่งรับมาถือไว้ในมือทันทีก่อนตรวจเช็คในโม่อย่างที่แมนทำเมื่อครู่ เขานำมันวางลงบนเคาร์เตอร์ครัวและเดินออกไปส่งเพื่อนทั้งสี่คน

ระวังตัวด้วยล่ะ

เพื่อนๆในกลุ่มพูดแทบจะพร้อมกันก่อนเดินมุ่งหน้าเข้าไปในป่าปล่อยให้เก่งอยู่เฝ้ารถเพียงคนเดียว

 

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top