Mountain Doom กินเนื้อคน

  • 197 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

ตอนที่ ๖ อีกคน

    แมน ฮิวโก้และเชอร์รี่ยืนอยู่บนหน้าผาที่ผู้คนต่างกล่าวขานว่าอันตรายที่สุด ด้วยความสูงที่ไม่อาจคาดเดาได้ พวกเขาเสพบรรยากาศโดยรอบด้วยความภาคภูมิ โอโซนบริสุทธิถูกสูดเข้าสู่ปอดอย่างต่อเนื่อง

                เมื่อมองจากตรงนี้ทำให้เห็นวิวรอบด้านได้อย่างชัดเจน หมู่บ้านที่พวกเขาผ่านมาก่อนหน้าดูเล็กกระจิดริดไปเลย และถึงแม้ว่าจะมีหมอกบางๆบดบังทัศนีภาพบางส่วนแต่ก็ไม่ทำให้ทั้งสามคนผิดหวัง กลับพยายามมองผ่านม่านขาวโพลนเหล่านั้นโดยไม่มีที่ท่าสนใจ อาจเป็นเพราะพวกเขาดีใจมากจนเกินไปที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสมายืนอยู่บนหน้าผาที่สูงติดอันดับต้นๆของประเทศไทยก็ได้

                เตรียมของกันเถอะ แมนบอกเพื่อนทั้งสองด้วยท่าทางตื่นเต้น ระหว่างที่หนุ่มหัวเกรียนขยับกระเป๋าเป้ลงจากบ่า มีก้อนหินขว้างมาจากทางด้านหลัง พุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็ว

                ปึก

             “โอ้ย

แมนอุทานก่อนจะเอามือกุมบริเวณศีรษะ ปรากฎเลือดสีแดงฉานฉาบกลับมาเมื่อชายหนุ่มชักมือกลับลงมาดู เมื่อเขาแหงนหน้าไปยังบริเวณต้นตอของก้อนหินที่ขว้างมาจึงได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหัวเราะพิลึกพิลั่นพลางชี้นิ้วเย้ยหยัน

ทำบ้าอะไรวะแมนเลือดขึ้นหน้า

เฮ้ยพวกแกลองดูหน้าตามันสิ อัปลักษณ์สิ้นดี” เชอร์รี่ทำหน้าตาสะอิดสะเอียนขณะจับจ้องไปยังร่างของหญิงผู้นั้น ลำตัวมันสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ซึ่งสูงกว่าคนป่าร่างแคระมากโข

กร๊าก กร๊าก กร๊าก กั๊ก กั๊ก

หัวเราะพิสดารของมัน ทำเอาทั้งสามคนที่ยืนประจันหน้าห่างออกไปประมาณยี่สิบเมตรขนหัวลุกขึ้นทันที เป็นเสียงเล็กแหลมที่ขยี้โสตประสาทที่สุด ซ้ำยังดังกังวานไปรอบบริเวณอีกหลายครั้ง

ใบหน้าของหญิงสาวอัปลักษณ์ตาบอดไปหนึ่งข้างเพราะความซาดิสม์ของตัวเอง ครั้งหนึ่งแค่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมันเพียงแค่วันเดียวจึงใจร้อนหยิบส้อมกระซวกลูกตาตัวเองก่อนจะดึงออกมาใส่จานแล้วหั่นเป็นสามส่วน แบ่งให้เจ้าตัวใหญ่และเจ้าตัวเล็กกิน หลังจากนั้นมันก็ติดใจทันที และพยายามขวนขวายดวงตาอีกหลายคู่ที่บังเอิญโชคร้ายผ่านเข้ามายังหน้าผาแห่งนี้

นอกจากตาที่บอดแล้ว ปากครึ่งบนของมันก็ยังหายไปอีก เผยให้เห็นฟันคู่หน้าโดยไม่ต้องอ้าปาก มีเศษอาหารติดอยู่ตามซอกฟันที่ผุกร่อนนั้นราวกับมันไม่เคยจับแปรงสีฟันมาก่อน

หญิงสาวปากเจ่อสวมอยู่ในชุดคลุมท้องเก่าเขรอะ เลอะเทอะพอๆกับผ้าขี้ริ้ว มันจับชายกระโปรงขึ้นเช็ดน้ำลายมุมปากที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องระหว่างช่องปากที่แหว่งหายไป เมื่อกลุ่มนักเดินทางเห็นก็ทำท่าทางอยากอาเจียนเต็มทนเนื่องจากมันไม่ได้ใส่กางเกงใน

มันก้มตัวลงหยิบก้อนหินขนาดพอดีมือถือเอาไว้อีกสองก้อนและขว้างไปยังกลุ่มนักเดินทางที่มุมหน้าผาอีกครั้ง หินขนาดเท่ากำปั้นพุ่งไปด้วยความเร็ว หนักหน่วงเสียจนนึกไม่ถึงว่าเป็นเรี่ยวแรงของผู้หญิง

แมน ฮิวโก้และเชอร์รี่ขยับตัวหลบวัตถุที่พุ่งมา พวกเขาหลบพ้น หินทั้งสองก้อนลอยเฉียดฉิวผ่านหน้าพวกเขาไปก่อนจะตกลงสู่พื้นธรณีเบื้องล่าง

หยุดนะอีอัปลักษณ์” แมนตะคอกด้วยความโมโห แล้วรีบวิ่งไปยังเส้นทางที่ผู้กระทำยืนทื่ออยู่

มันยังคงหยิบก้อนหินขว้างใส่แมนอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่าไม่โดนจึงหัวเราะชอบใจและรีบวิ่งหนีไป แมนเร่งฝีเท้ามากขึ้นเพื่อหวังจะตามให้ทัน ขณะที่เชอร์รี่วิ่งตามไปติดๆ ส่วนฮิวโก้เคลื่อนไหวไม่คล่องตัวนักเพราะมีขาที่ไม่สมประกอบคอยถ่วงเอาไว้ แถมยังต้องแบกกระเป๋าและปืนลูกซองยาวที่แมนทิ้งเอาไว้ให้เป็นภาระอีก

หยุดเดี๋ยวนี้นะ

หนุ่มหัวเกรียนวิ่งตามผู้หญิงประหลาดคนนั้นไปติดๆ เขายกมือปาดเหงื่อที่หน้าผากทิ้งเพราะความเหนื่อย ช่วงจังหวะเอามือลงผู้หญิงคนนั้นก็หายวับไปทันที

เฮ้ยอะไรวะ มันหายไปไหนแล้ว

แมนหยุดชะงัก เมื่อเห็นว่าคนที่ตัวเองวิ่งตามอย่างกระชั้นชิดหายไปอย่างไร้วี่แวว เขาหันมองรอบด้านก่อนจะแสดงอาการงุนงง เพราะรอบบริเวณเป็นป่าไม้ลำต้นสูง มีแค่พุ่มหญ้าอยู่เพียงไม่กี่หย่อม ดูลักษณะแล้วยังไงก็ไม่สามารถบังคนทั้งคนได้มิด

แล้วมันไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน คำถามผุดขึ้นในใจของชายหนุ่ม เป็นเวลาเดียวกันที่เชอร์รี่และฮิวโก้ก็วิ่งตามมาสมทบพอดี

มันต้องเป็นพวกเจ้าของรถฟอร์ดแน่เลย

แมนพูดพลางเอามือลูบหัวอีกครั้งเพื่อตรวจสอบบาดแผลที่ศีรษะของตน เมื่อชักมือลงมาดูก็ยังพบเลือดติดมาเหมือนเดิม แต่ลดลงกว่าตอนแรก

ทั้งฮิวโก้และเชอร์รี่หายใจถี่ หอบแฮ่กด้วยความเหนื่อย ทั้งคู่นั่งยองเพื่อพักก่อนจะหยิบขวดน้ำที่เหน็บเอาไว้ในช่องข้างกระเป๋ามาปันกันดื่ม ส่วนแมนดูท่าทางฟิตกว่าใครและเหงื่ออกน้อยกว่าทั้งสองคน อาจเป็นเพราะเขาเข้าฟิตเนสเป็นประจำ เลยทำให้ร่างกายแข็งแรงและเหนื่อยยาก

มันใช่คนแน่เหรอ รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์แบบนั้น” เชอร์รี่ลูบแขนตัวเองหวังให้ขนที่ลุกชูชันสงบลง

ฉันว่าเรารีบกลับไปที่รถก่อนดีกว่ามั้ย ดูท่าทางเริ่มไม่ชอบมาพากลแล้ว เป็นห่วงแคทเธอรีนกับเก่งด้วย” เชอร์รี่เสนอความเห็น ขณะที่ฮิวโก้ส่งกระเป๋าและปืนคืนให้กับเพื่อนเขา บางทีเธออาจไม่ได้เป็นห่วงเพื่อนอย่างที่พูดหรอก คงเป็นเพราะความกลัวจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มากกว่า จึงอยากกลับไปรวมกลุ่มเพื่อนให้เยอะที่สุด

มันต้องการอะไรวะถึงมาทำร้ายพวกเรา หมดอารมณ์จะปีนเขาเลยเจอแบบนี้

แมนพูดขณะเดินนำเพื่อนๆกลับไปยังรถบ้านเคลื่อนที่ โชคดีที่ยังพอมีร่มเงาจากต้นไม้ให้หลบเลี่ยง เพราะแสงแดดช่วงเที่ยงร้อนจนแทบฆ่าคนได้เลยทีเดียวเมื่ออยู่บนภูเขาสูง

กูว่าอาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มพวกรถฟอร์ดนั่นแหละ ที่ปีนเขาแล้วเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้หน้าตาเป็นแบบนั้น

ฮิวโก้พยายามคิดไปในทางที่ดี ทว่าแมนกลับบอกว่าไร้สาระ เพราะดวงตาที่บอดและแผลเหวอะหวะบนใบหน้าของหญิงประหลาดผู้นั้นดูไม่เหมือนกับรอยแผลที่พึ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆหรือผ่านมาเพียงแค่สองสามวันเท่านั้น

แต่มันดูเหมือนเป็นมาตั้งแต่เกิดมากกว่าด้วยรูปร่างผิดแปลกนั่น เพราะนอกจากใบหน้าแล้ว ลำตัวของเธอยังผิดรูปอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นส่วนหลังที่ค่อม รูปทรงของแขนและขาที่สั้นและยาวไม่เท่ากัน ทำให้เวลาเดินและวิ่งกระโดกกระเดกซ้ายทีขวาที

ทำไมมึงไม่ยิงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ” ฮิวโก้ถาม

จะบ้าเหรอวะ กูไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอกโว้ย ยิ่งพิการแบบนั้นใครจะไปทำลง แค่ตบกบาลสั่งสอนสักทีสองทีแค่ก็พอ

แหม ทำมาเป็นสุภาพบุรุษเชียวนะ เมื่อกี้เห็นวิ่งตามอีนั่นไปเหมือนจะฆ่าจะแกงกันยังไงยังงั้นเลย เชอร์รี่ทำปากสระอิใส่เพื่อน

เดี๋ยวๆ อย่าพึ่งทะเลาะกัน กูว่าเกิดปัญหาซะแล้วสิ ฮิวโก้ปรามทั้งคู่พร้อมกับชี้ไปยังป่าโล่งข้างหน้า ทั้งสามคนจำได้ดีว่าเคยจอดรถเอาไว้บริเวณนี้ แต่ขณะนี้เบื้องหน้าของพวกเขากลับคือความว่างเปล่า

รถบ้านเคลื่อนที่หายไป

รถฟอร์ดยังจอดอยู่ที่เดิม แต่รถที่พวกเขาโดยสารมากลับหายไปพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน

นี่เล่นอะไรกันเนี่ย ออกมานะโว้ยเก่ง มันไม่ตลกเลยนะ แมนแหกปากเรียก เพราะคิดว่าเก่งคงขยับรถไปแอบอยู่แถวๆนี้เพื่อแกล้งพวกเขาให้ตกใจเล่น

แต่ไม่ว่าแมน ฮิวโก้และชอร์รี่จะช่วยกันตะโกนเรียกเพื่อนสักเท่าไหร่ ก็ไม่มีทีท่าว่าเก่งและแคทเธอรีนจะตอบรับกลับมาเลย ตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนเริ่มใจคอไม่ดีแล้วเพราะรถที่ใช้เดินทางกลับเพียงคันเดียวได้หายไป

ต้องเกิดอะไรสักอย่างขึ้น พวกนายก็รู้ว่าเก่งกับแคทเธอรีนไม่มีทางทิ้งพวกเราหรอก

แมนยังคงเชื่อใจเพื่อนตัวเองเต็มร้อย เขาไม่คิดว่าเก่งจะทำเรื่องทุเรศแบบนี้ได้ โดยการทิ้งพวกเขาแล้วหนีกลับบ้าน

ฉันว่ามันต้องเกี่ยวกับพวกเจ้าของรถฟอร์ดคันนี้แน่เลย ไหนจะอีอัปลักษณ์ที่พวกเราเจอในป่านั่นอีก เก่งอาจโดนเหมือนกันแล้วขับรถหนีไปก็ได้” เชอร์รี่ลูบคางทำท่าทางครุ่นคิด

กูเห็นด้วยกับเชอร์รี่นะ” ฮิวโก้เสริม

ขณะที่แมนรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ปลอดภัยจึงปลดกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่วางลงกับพื้น เขานั่งลงข้างๆกันแล้วรูดซิบเปิดออกทันที หนุ่มหัวเกรียนควานหาของบางอย่างข้างใน และดูเหมือนว่าจะเป็นของสำคัญทีเดียวเพราะสีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความตั้งใจ

ในที่สุดก็เจอ มันคือซองบรรจุกระสุนลูกซองแบบคาดเอว มีกระสุนเบอร์ 12 บรรจุอยู่ในนั้นกว่าสิบนัด แมนไม่รอช้านำมันขึ้นคาดเอาไว้กับเอวทันที

ฉันจะทำให้พวกมันได้รู้ว่าลูกซองกระบอกนี้หิวกระหายแค่ไหน

ครั้งนี้เชอร์รี่ไม่ขัดขวงใจหรือแซวแมนแต่อย่างใด เธอคิดว่าเป็นเรื่องสมควรแล้วที่ต้องพกอาวุธติดตัวในสถานการณ์ไม่ชอบมาพากลเช่นนี้ มันทำให้อุ่นใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเลยทีเดียว ฮิวโก้ก็รู้สึกแบบเดียวกัน

ฮิวโก้เดินไปที่รถฟอร์ดที่จอดแน่นิ่ง เขาต้องการรู้ว่ามีกุญแจเสียบคาเอาไว้หรือไม่ หนุ่มขาเป๋ยื่นหน้าผ่านช่องกระจกที่แตกจากตอนโดนหินขว้างครั้งก่อน แล้วสอดส่องสายตาไปรอบๆ คำตอบคือไม่มีแม้แต่เงา คงไม่มีใครโง่พอจอดรถทิ้งไว้แล้วไม่ชักกุญแจออกไปด้วยหรอก เขาคิดในใจ

เป็นไงบ้าง” แมนพูดพลางเดินตามไปสมทบ

ก็อย่างที่เห็นล่ะ ไม่มีอะไรเลย

ทั้งสามคนพยายามช่วยกันมองหาสิ่งของที่พอจะใช้งานได้ แต่ก็ไม่พบอะไรเพิ่มเติม มีเพียงสมุด ปากกา และของไร้สาระทั่วไป หลังจากนั้นจึงลงมติกันว่าจะกลับเข้าไปในป่าอีกรอบเพื่อตามหาเก่งและแคทเธอรีนรวมถึงรถที่หายไปด้วย พวกเขามีทางเลือกเดียวเท่านั้น เพราะลำพังเดินเท้าเปล่ากลับลงไปข้างล่างคงไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน

อีกอย่าง นิสัยทิ้งเพื่อนไม่ได้มีอยู่ในความคิดของพวกเขาทั้งสามคนเลย ทั้งหมดรักใคร่กลมเกลียวกันดี ถึงแม้ว่าแมนกับเชอร์รี่จะทะเลาะกันอยู่บ่อยๆก็ตามที

พวกเขาละความพยายามจากรถฟอร์ดคันนั้นและเดินกลับเข้าไปยังป่าที่อยู่ด้านหลัง

สายตาของหญิงตาบอดยังคงจ้องมองกลุ่มนักเดินทางทั้งสามคนด้วยดวงตาอีกข้างที่เหลืออยู่ ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามันแฝงกายอยู่เหนือศีรษะของพวกเขาขึ้นไป ซ่อนเร้นอยู่บนต้นไม้ใบใหญ่ที่สามารถอำพรางลำตัวได้มิด มันยังคงสะกดรอยตามกลุ่มผู้มาเยือนทั้งสามคนเข้าไปในป่า โดยไม่ปล่อยให้เหยื่อได้หลุดพ้นสายตา

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top