คุณซันตัวร้ายตลบหัวใจรักยัยหนูฟร็อง [BadBoy 18+]

  • 1,173 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

บทที่ 6 (2)*

จะขอนำมาลงเป็นตัวอย่าง 50% นะคะ
♥ โหลด eBook ⏩ ที่นี่ ⏪ 
……………. ♥ …………….
บทที่ 6 (2)

โชคดีเท่าไรนะ ที่บ้านหลังนี้ทำจากอิฐกับหิน เพราะถ้าหากมันสร้างมาด้วยไม้แล้วล่ะก็.. สงสัยป่านนี้ บ้านน้อยคงจะทรุดพังถล่มกันไปทั้งหลังแล้วแน่ ๆ

มองเขาเดินก้าวยาว ๆ ไม่ถึงห้าก้าว ร่างสูงก็กระแทก ตัวลงไปนั่งบนโซฟายาว ที่เคยเข้ามาแอบหลับรอคุยกับเธออยู่เมื่อค่ำวาน คว้ารีโมท..เปิดเครื่องเล่นเพลงที่เซตไว้คู่กันกับ TV จอแบนที่แขวนอยู่บนข้างฝาห้อง

เสียงเพลงสากล หนึ่งในเพลงโปรดของเธอก็ดังแว่วขึ้นมาเบา ๆ

แต่ให้ตายเถอะ..เขาโกรธอะไรเธอกันอีกเล่านี่? เมื่อกี้ก็ยังเห็นคุยกับครอบครัวของเขาน่ารัก ๆ กันดี ๆ อยู่เลย แต่พอหันมาเห็นเธอเท่านั้น..ก็..อารมณ์เสียซะเฉย

ฟองดาวแอบส่ายหัวไม่เข้าใจ ก่อนตั้งท่าจะเดินเลยขึ้นไปบนชั้นลอยที่ถูกออกแบบ ยกระดับแยกเป็นสัดส่วน ที่ใช้สำหรับเป็นส่วนของห้องนอนแต่เพียงอย่างเดียว เพื่อที่จะนำเอาเอกสารสำคัญขึ้นไปเก็บ แต่พอกำลังจะก้าวขึ้นบันได ตาก็ดันเหลือบไปเห็นบริเวณตู้เสื้อผ้าหน้าห้องน้ำที่อยู่ถัดจากครัวเล็ก แล้วก็ต้องมีอาการตกใจ

ตายล่ะ!! กระเป๋ากับข้าวของ .. ของเขาหรือ?

หว่ายยยย!! ... ทำไมถึงได้ถูกส่งมาเร็วขนาดนี้!!

ยืนงงอยู่สักพัก สมองเริ่มรีบประมวลเรียงประโยคคำพูด

เอาล่ะสิ! ที่จริงเธอเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจตั้งแต่ตอนที่นั่งอยู่ท่ามกลางวงสนทนาประสาครอบครัวของบ้านโน้น แล้วแอบอดคิดไม่ได้เลยว่า ทำไมคุณซันถึงไม่ยอมเอ่ยปาก หรือโต้แย้งอะไรนายแม่ตะวันไปให้เป็นเรื่องเป็นราวสักคำเลย ยิ่งเรื่องการที่เขาต้องถูกเนรเทศออกมาอยู่กระท่อมปลายนาเป็นแม่รจนา .. ที่ถูกเฉดศีรษะให้มาอยู่ลำพังกับเจ้าเงาะอย่างเธอด้วยแล้วนี่ ทำไมเขาถึงปล่อยผ่านมาได้อย่างหน้าตาเฉยอย่างนี้ล่ะ?

ลำพังเธอเอง .. ต่อให้อยากจะพูดมากแค่ไหน เธอก็คงจะไม่กล้าแน่ ถ้าหากขืนพูดออกไป คนปากร้ายใจร้อนก็อาจจะมาแขวะเอาได้อีกว่า กระดี๋กระด๋า คิดหวังอยากจะขึ้นไปอยู่ที่บ้านใหญ่จนตัวสั่นเอาได้อีกหรือเปล่า

ขนาดไม่ค่อยได้พูดอะไรออกไป ก็ยังไม่วายโดนจะแขวะแล้วขวิดอีก โดนค่อนว่าเอาอยู่ได้แทบจะตลอดเวลาในตอนที่เธอเผลอเงยหน้าไปสบตาเขา แทบจะทุกครั้งอยู่แล้วสิ!!

แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็น่าจะเป็นความผิดของเธอที่ไม่ได้คิดเอาไว้ล่วงหน้าก่อนว่าจะมาเจอสถานะการณ์อย่างนี้นะ

เมื่อวาน … ตอนที่ตกลงรับปากแต่งงานกับเขาพร้อมข้อแม้แบบนั้นไป ก็เพราะคิดว่านายแม่อาจจะให้ย้ายขึ้นไปอยู่ที่บ้านใหญ่ อันนี้หากขอยืนยันไม่ขึ้นไป นายแม่คงจะไม่บังคับใจหรอก อย่างร้ายที่สุดก็อาจให้ไปอยู่ที่บ้านพักที่กว้างขึ้นกว่านี้อีกหน่อย เพราะเธอเดาเอาว่า..เจ้านายน้อยที่ค่อนข้างเจ้าสำอางจะตาย ต้องโวยวายว่าจะไม่มาอยู่แน่ กับแค่บ้านพักคนงานหลังเล็กกระจอก ๆ ที่เขาชอบดูถูกเธอนักหนา

แต่ดันผิดคาดมากไปน่ะสิ

คนปากดีกลับเปลี่ยนเรื่อง .. ทำไม่รู้ไม่ชี้เฉยเลย

แล้วเธอกับเขาจะอยู่กันได้อย่างไรในบ้านหลังเล็ก ๆ แคบ ๆ ที่เดินก็ยังจะแทบจะชนกันตายแล้วแบบนี้?

ลอบถอนหายใจกันไปอีกเฮือก แถมยังแอบปรายตาไปทางคนต้นเหตุ ที่นั่งทิ้งคางไรเคราเขียว ๆ ลงฝากไว้กับกำปั้นตนเอง ... นั่งฟังเพลงโปรดเธอสบายใจเลย

ปล่อยให้เธอยืนกลุ้มอยู่คนเดียวซะงั้น …

วางแก้วที่รินน้ำสีแดงสวยลงบนโต๊ะเล็กข้างตัวคนตัวใหญ่ ..น้ำกระเจี๊ยบ..ของโปรดของเขา ฝีมือคุณเนียมเช่นเดิม คงเพราะรู้ว่าหลานชายจะมา ท่านก็คงทำเตรียมไว้ต้อนรับคนโปรดก่อนที่จะเดินทางไปถือศีลที่วัดป่าใกล้ ๆ กับพี่แวว สาวใหญ่คนสนิทของท่านนั่นกระมัง .. นายแม่คงให้คนเอามาแช่เตรียมไว้ให้พร้อม ๆ สัมพาระที่กองอยู่นั่น

"นายแม่ .. ให้คนเอากระเป๋าของคุณมาไว้ที่ห้องแล้วค่ะ" เอ่ยปากบอกเสียงเรียบ .. รอฟังว่าเขาจะว่าอย่างไร

ก่อนหน้านี้เขามีแผนว่าจะไปอยู่กับเมียแท้ ๆ ของเขาที่กรุงเทพฯนี่นา และที่เธอรับปากแต่งงานด้วย ก็เพราะคิดว่าเจ้านายคนนี้จะทำตามแผนนั้นจริง ๆ

แต่ตอนนี้มันติดตรงที่ เมื่อครู่นี้มิใช่หรอกหรือที่นายแม่ตะวันเพิ่งมีคำสั่งกับเขามาว่า ให้ไปเตรียมตัวเริ่มฝึกงานในตำแหน่งผู้บริหารกับนายแม่โดยตรง

แล้วอย่างนี้เขาจะมีโอกาส .. แอบแว็บไปหาเมียของเขาได้อย่างไรกันล่ะ?

"ก็แล้วทำไมไม่เก็บเข้าตู้ไป มามัวยืนรออะไรอยู่?"

ยังคงนั่งท้าวคางทำเพียงปรายหางตามมามองดูเธอ

แต่คนฟังได้ยินแล้วเลิกคิ้วสูง .. ไม่วายสงสัย

"แล้วที่คุณบอกว่า .. จะกลับไปหาภรรยาของคุณที่กรุงเทพฯ ล่ะคะ?"

ใช้น้ำเสียงถามเสียงสุภาพที่สุดแล้วนะ

"แล้วเธอหูตึงหรือหูแตกหรือไงล่ะ ถึงไม่ได้ยินที่คุณแม่พูดอยู่เมื่อตะกี้ว่าให้ฉันต้องไปฝึกงานผู้บริหารกับท่าน"

เขาหันมามองเต็มตา เลิกคิ้วสูง อาการนี้ดูก็รู้ว่ากำลังข่มอารมณ์ แถมเสียงที่ตอบกลับมาก็ฟังดูเย็นชา..น่ากลัวซะยิ่งกว่าเสียงตะคอกโวยวายตามนิสัยเดิม ๆ ของเขาซะอีกแน่ะ!!

เธอเองก็ไม่น่าจะโง่เลยนะ!! ..

เพราะสาเหตุที่เขาต้องมานั่งอารมณ์เสีย หงุดหงิดปานรังแตนแตกอยู่ตรงนี้ ก็เพราะอาจจะยังคิดหาโอกาสกลับไปหาเมียของเขาไม่ได้นั่นเองน่ะสิ!!

"งั้น คงต้องแบ่งตู้กันใช้นะคะ เพราะที่นี่มีตู้เสื้อผ้าใช้อยู่เพียงแค่ตู้เดียว"

"นั่นมันเรื่องของเธอสิ! มีอะไรก็รีบ ๆ ไปทำ อย่ามาอยู่ขวางหูขวางตาฉันเลย .. รำคาญ!!"

เขาโกรธอะไร? ...

ฟองดาวแอบเซ็ง และจำต้องยอมเดินไปจัดกระเป๋าของเขาเข้าตู้อยู่เงียบ ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังมีคำถาม..อยากจะถามเยอะแยะไปหมด

..ไหนจะเรื่องที่นอนอีกล่ะ จะแบ่งกันอย่างไร?..

ช่างเถอะเรื่องนั้นคงไม่เป็นไร โซฟาพับเก็บก็มีนี่นา.. ขืนไปถามตอนนี้ .. เดี๋ยวก็ได้ถูกตะคอกใส่หน้ากลับมาอีก ..ดีไม่ดี.. อาจได้หาอะไรมาขว้างแปะติดหัวเธอมาซะหรอก

ยังไม่อยากได้สำลีกับพลาสเตอร์ปิดแผล เอามาแปะหน้าผากอวดใครตอนนี้หรอกน่า!! o///o"

"จะไปไหน?"

เสียงเขาถามมาจากโซฟาตัวเดิม หลังจากที่พอใกล้ เวลาจะเที่ยงเธอก็เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะไปทำงานที่รีสอร์ทเช่นปกติ

"ทำงานค่ะ"

หันมาตอบ ก่อนเดินผ่านเลยไปหยิบรองเท้าบู๊ทหุ้มข้อหนังกลับ เนื้อนุ่มเพราะผ่านการใช้งานมาเยอะและนานปีแล้วมาสวม

"ขยันเอาหน้า"

เขาว่าประชดมาลอย ๆ แต่ฟองดาวไม่อยากจะใส่ใจอะไรเท่าไร เพราะต่อความไปก็จะต้องทะเลาะกันไปไม่จบไม่สิ้น ..นิ่งเสีย..เดี๋ยวก็คงจะได้สักหนึ่งตำลึงทอง สุภาษิตไทยเค้าปลอบใจกันต่อ ๆ มาว่างี้นี่

อีกอย่าง ต่อให้ฟ้าถล่ม .. ดินทลาย

เธอก็ไม่เคยเถียงเขาสักครั้งหรอก

ทำได้แค่..ค้านเสียงเบา ๆ เท่านั้นแหละ

เดินลัดเลาะเลยไปด้านข้างของตัวบ้าน คว้าจักรยานคันเก่าแต่ดูแล้วแข็งแรงทนทานดีและเป็นพาหนะคู่ใจที่มักไปไหนมาไหนในไร่ได้ง่าย สะดวก สบายดีกว่าพาหนะอื่นที่มี

……………. ♥ …………….
เหล่านี้คือนิยายที่แต่งจบแล้วนะ โหลดได้เลย~*
♥ โหลด eBook ⏩ ที่นี่ ⏪ 
********
.,,,,,.๐๏*"''G Y P Z Y G I R L''"*๏๐.,,,,,.

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top