มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต (Mafia's King)

  • 144,337 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต IV (50%)


มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต IV (50%)


“นาวา...นาวา” อดัมเรียกหญิงสาวข้างกายที่ตอนนี้นอนหลับโดยที่ศรีษะเล็กอิงแอบซบอยู่ที่ไหล่เขา เมื่อรถเคลื่อนมาจอดอยู่ที่ลานจอดรถใต้ดินของคอนโดใจกลางเมืองนิวยอร์ก และเป็นที่เดียวกับที่พักอาศัยของพ่อกับแม่เขา แต่อยู่คนละชั้น เพราะของเขาจะอยู่ชั้นบนสุดที่ก่อนหน้านี้จะเป็นของผู้คุ้มกัน แต่ปัจจุบันได้มีการตกแต่งใหม่เป็นที่พักของเขากับเจอาร์ยามที่เขามานิวยอร์ก และแน่นอนสำหรับชั้นถัดลงมาของพ่อกับแม่ที่ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นที่อยู่ถาวร เพราะท่านจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ ซอลท เลค ซิตี้ 

อดัมถอนหายใจเมื่อนำ้ฟ้าไม่มีทีท่าจะรู้สึกตัว แต่จะกล่าวโทษเธอก็ใช่ที เพราะเธอคงไม่ชินกับการเดินทางตลอดเวลาแบบนี้ และเมื่อเจอาร์เดินมาเปิดประตูรถ อดัมก็ค่อยๆประคองศรีษะเล็กให้พิงกับพนักเบาะอีกด้านและตัวเขาก็รีบลงจากรถและเดินอ้อมไปอีกด้านเปิดประตูและก้มตัวไปช้อนร่างบางที่ยังคงไม่รู้สึกตัว ส่วนเจอาร์ก็หยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กของหญิงสาวออกจากรถเดินตามหลังอดัมที่มีน้ำฟ้าในอ้อมแขน

ลิฟท์ได้มารอคนทั้งสอง โดยมีบอดิการ์ดเปิดลิฟท์รอจนอดัมและเจอาร์เดินเข้าลิฟท์เจอาร์กดรหัสชั้นที่ลิฟท์จะต้องไปเปิดคือชั้นบนสุด และลิฟท์เปิดอีกครั้งเมื่อมาถึงจุดหมายและแน่นอนในเมื่อชั้นนี้มีห้องนอนเพียงสองห้องคือของอดัมและของเจอาร์  หญิงสาวในวงแขนของอดัมก็ต้องพักอยู่ห้องเดียวกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ อดัมค่อยๆวางร่างบางลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่พร้อมดึงผ้าห่มคลุมกายให้อย่างเรียบร้อย และเดินเข้าห้องน้ำไป

“อย่าดีกว่า” อดัมพูดกับตัวเองเบาๆเมื่อเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงหลังจากที่เขาชำระร่างกายของตัวเองแล้ว และเกิดเปลี่ยนใจโยนผ้าขนหนูผืนเล็กที่เปียกหมาดๆ โดยที่ตั้งใจว่าจะเอาไปเช็ดหน้าเช็ดตัวให้กับหญิงสาวที่หลับอยู่บนเตียงส่วนตัวและเดินออกจากห้องน้ำไป  เพราะตอนนี้เขาเองก็อยากพักผ่อนเพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้า และเขามีงานถ่ายแบบในวันพรุ่งนี้และนั้นคือสาเหตุที่เขาต้องกลับทันทีหลังจากเสร็จงานของอลัน 

อดัมขึ้นเตียงนอนอีกครั้งและเขาก็เข้าไปโอบกอดหญิงสาวที่ยังหลับไม่ได้สติ ก่อนจะเข้าสู่นิทรา โดยที่อดัมไม่ทันได้คิดเลยว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไปโดยที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว แต่มีสายตาของมือขวาคนสนิทที่มองจากห้องด้านนอกไปที่ประตูห้องนอนของอดัมที่ปิดสนิท มองมาอย่างเข้าใจคนภายในห้องมากกว่าเจ้าตัวเสียอีก รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของเจอาร์ก่อนที่เขาจะเดินเข้าห้องนอนของตัวเอง หลังจากวางกระเป๋าของหญิงสาวไว้ที่โต๊ะหน้าห้องนอนนั้น


น้ำฟ้าหรือนาวาค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เธอกวาดสายตามองไปทั่วๆบริเวณภายในห้องที่แตกต่างออกไปจากคืนก่อน แต่เธอก็ไม่มีอาการตกใจใดๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองคงนอนอยู่ในห้องนอนสักห้องของประเทศอเมริกา และแขนขาที่เธอก็ไม่สามารถปฎิเสธได้บนตัวเธอว่ามันช่างให้ความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น

“ใครจะหลงเคลิ้มไปกับเขาก็เชิญ...แต่ต้องไม่ใช่เธอ” น้ำฟ้าคิดในใจอยู่เงียบๆ และรับรู้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของคนข้างๆ น้ำฟ้าค่อยๆขยับตัวเพื่อออกมาจากอ้อมแขนนั้น และเป็นที่น่าแปลกที่เธอสามารถออกมาได้อย่างง่ายดาย

น้ำฟ้าเมื่อมายืนอยู่ข้างเตียงสายตาก็กวาดมองหากระเป๋าเดินทางขนาดเล็กของเธอ เมื่อในห้องนี้ไม่มีก็เดินไปที่ประตูทางออกซึ่งสามารถเปิดออกอย่างง่ายดายเช่นกัน

“อยู่นี้เอง” น้ำฟ้าพูดเบาๆพร้อมรอยยิ้มและลากกระเป๋าเข้ามาในห้องนอน และไม่ลืมที่จะหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆกันกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง และกวาดสายตามองหา ‘ห้องน้ำ’ และเดินพร้อมกระเป๋าไปยังทิศทางนั้น

อดัมเพียงลืมตาเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวปิดประตูห้องน้ำ และหลับตาลงเข้าสู่นิทราอีกครั้งเหมือนเป็นเรื่องปกติโดยที่อดัมไม่ได้ฉุกคิดสักนิดว่าเวลาเพียงไม่กี่วันเรื่องระหว่างเขากับน้ำฟ้าหรือนาวามันไม่ใช่สิ่งปกติที่เกิดขึ้นกับชีวิตเขาอยู่ตอนนี้

น้ำฟ้าเมื่อเข้ามาในห้องน้ำ เธอก็เปิดกระเป๋าสะพายใบเล็กโดยทันที และเมื่อสิ่งที่เธอซุกไว้ยังคงอยู่ น้ำฟ้าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก และหยิบสิ่งที่ได้จาก เฮเลนพร้อมกระดาษโน้ต

“จงใช้มันเมื่อยามจำเป็น...เพราะยาสองตัวนี้มีทั้งคุณและโทษ...จะเป็นคุณก็ต่อเมื่อใช้อย่างเหมาะสม...” น้ำฟ้าอ่านรายละเอียดนั้น “ยาขวดสีเขียวมียี่สิบเม็ด...ใช้ครั้งละหนึ่งเม็ด...เป็นยานอนหลับที่ทำให้คนที่กินเข้าไปไม่รู้ตัวว่าตัวเองถูกวางยาเพราะว่าคนนั้นจะไม่สามารถแยกความจริงและความฝันได้ว่าอันไหนจริงหรือฝัน...ยาจะมีฤทธิ์อยู่ในกระแสเลือดเพียงแปดชั่วโมง...ข้อห้าม!...ห้ามใช้ติดต่อกันต้องห่างกันอย่างน้อยสี่สิบแปดชั่วโมง...เพราะอาจจะทำให้ยาตกค้างสะสมเป็นอันตรายถึงชีวิต”

น้ำฟ้าหยิบยาขวดสีฟ้าขึ้นมาพร้อมกระดาษโน้ต “ยาขวดสีฟ้าเป็นยาที่ให้คนที่สูดดมทำตามคำสั่งเราโดยที่คนนั้นจะจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้...ระยะเวลาของฤทธิ์ยาขึ้นอยู่กับร่างกายของคนนั้น...บางรายอาจถึงสิบสองชั่วโมงหรือมากกว่านั้น...และเมื่อฤทธิ์ยาหมดคนนั้นจะหมดสตินานเกือบแปดชั่วโมง”

“คุณน้ำฟ้า...จงใช้อย่างระวัง...โดยเฉพาะกับคุณอดัมเพราะเธอมีร่างกายและจิตใจเข้มแข็งมาก ยาตัวนี้อาจจะใช้กับเธอได้เพียงเวลาอันสั้น...แต่ดิฉันขอเตือนว่าอย่าให้คุณอดัมจับได้ว่าคุณมียานี้...ดิฉันช่วยคุณได้เท่านี้...’คุณอดัมไม่ใช่คนเลวเธอเพียงแค่เป็นคนเอาแต่ใจมากไปก็เท่านั้น’...ขอให้โชคดีนะคะ”  เมื่ออ่านจบน้ำฟ้าดูยาที่อยู่ในขวดสีฟ้าซึ่งเป็นยาน้ำ และทำให้เธอคิดได้ว่าเธอก็น่าจะโดนยาตัวนี้เข้าไปเช่นกันตอนอยู่ที่ภูเก็ต

“นายอดัม!...คราวนี้ถึงตาฉันบ้างละ” น้ำฟ้าหันกลับไปมองกระจกสะท้อนเงาตัวเองด้วยสายตาที่มุ่งร้ายคนด้านนอกที่กำลังหลับอย่างสบาย และเมื่อเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงน้ำฟ้าก็จัดการกับตัวเองเรียบร้อยในชุดใหม่

“กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” น้ำฟ้าพึมพำกับตัวเอง และไม่ลืมที่จะชำเลืองไปมองอดัมที่ยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงโดยที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวบ้าง “ถ้าฉันไม่เอาคืนนายก็อย่ามาเรียกฉันว่า น้ำฟ้า ศิริสินธร” และเธอก็เดินออกจากห้องนอน เมื่อพ้นประตูห้องนอนมา

น้ำฟ้าก็กวาดสายตามองไปรอบๆ และเธอก็เห็นสิ่งที่ต้องการคือโซนครัวขนาดเล็ก เพราะตอนนี้เธอหิวมากมาย เข้าไปเปิดตู้เย็นเธอก็หยิบไข่ แฮม         ฮอทดอก เพื่อเอามาทำอาหารเช้าง่ายๆ เพียงเวลาไม่นานไข่ดาว แฮม ฮอทดอกที่ผ่านกรรมวิธีพร้อมทานส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยของเธอให้ทำงานโดยทันที น้ำฟ้ายกจานมาวางไว้ที่โต๊ะ และเดินไปรินน้ำส้มใส่แก้วและกลับมานั่งที่โต๊ะอีกครั้ง โดยที่ไม่รู้ตัวว่าพฤติกรรมของเธอนั้นมีใครบางคนยืนพิงเสากลางห้องมองเธออยู่

“อุ้ย!...” น้ำฟ้าร้องออกมาเมื่อเธอกำลังจะเอาฮอทดอกเข้าปากตัวเอง ก็มีใบหน้าเข้มที่มีนัยน์ตาเขียวมรกตโน้มลงมากัดฮอทดอกปลายอีกข้างจากทางด้านหลังของเธอ

“คุณ...นั้นมันของฉันนะ” อดัมไม่สนใจยังคงเคี้ยวฮอทดอกในปาก “อ้า!!!”   น้ำฟ้าร้องออกมาอีกครั้งเมื่ออดัมแย่งส้อมไปจากมือเธอและกำลังจะจิ้มไข่ดาวตรงไข่แดงให้แตกแบบที่เขาชอบกิน ก็ถูกห้ามไว้ด้วยมือบางของคนที่นั่งอยู่แล้ว

“นี้มันของฉันมั้ย?” อดัมพูดพร้อมกับมองตาโตนั้น 

“แต่ฉันเป็นคนทำ...ถ้าคุณอยากกินคุณก็ไปทำเองสิ”

“นี้ห้องฉัน...ใครจะทำ...ยังไงก็เป็นของฉัน” อดัมต่อปากต่อคำกับเธอไม่ลดละ

“เอ่อ!...ของคุณแต่ฉันไม่ให้คุณกิน” น้ำฟ้าพูดพร้อมกับเลื่อนจานไปอีกด้านให้ไกลจากมือเขา 

“แต่ฉันจะกิน”

“อร้ายยยยย!...” น้ำฟ้าร้องออกมาและเกิดสงครามย่อมๆบนโต๊ะอาหารเมื่อฝ่ายหนึ่งพยายามจะเอาส้อมจิ้มไข่แดงที่กึ่งสุกกึ่งดิบ ส่วนอีกคนก็พยายามที่จะขัดขวาง ทั้งสองคนต่างก็ไม่ยอมกัน เจอาร์อดยิ้มไปกับภาพนั้นไม่ได้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอดัมปลดปล่อยอารมณ์ตามวัยของเขา อดัมด้วยวัยเพียงยี่สิบสี่ปีแต่ด้วยภาระหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบมาตั้งแต่เยาว์วัยทำให้อดัมต้องเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอายุจริง เพราะอดัมรับตำแหน่งเป็นหัวหน้ามาเฟียตั้งแต่อายุยี่สิบเมื่อคุณอีธานเสียชีวิตลงด้วยโรคชราภาพ

เจอาร์ยืนมองอดัมที่จิ้มแฮมและยื่นป้อนให้หญิงสาวข้างๆ น้ำฟ้าก็อ้าปากเพื่อจะรับแฮมขนาดพอดีคำ แต่เมื่อเธอยื่นหน้ายอมให้เขาป้อน อดัมก็แกล้งโดยการขยับส้อมถอยห่างออกมา จนน้ำฟ้าทำตาดุหน้าไม่พอใจใส่เขา อดัมก็แกล้งทำเป็นกลัวและขยับส้อมเข้าไปใกล้ปากบางที่อ้าขึ้นอีกครั้ง กว่าสงครามอาหารเช้า       ระหว่างอดัมกับน้ำฟ้าจะสิ้นสุดลงก็ผ่านไปหลายสิบนาที

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top