มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต (Mafia's King)

  • 121,033 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต VII (40%)



‘VII’ (40%)


‘ฟิลาเดลเฟีย’

เจอาร์อดยิ้มไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยไออุ่นที่คนด้านหลังมอบให้แก่กันและกัน การเดินทางใช้เวลาไม่นานรถก็เคลื่อนตัวไปเรื่อยๆเข้าสู่อาณาเขตของตระกูลเบนเน็ต มาเฟียใหญ่แห่งเมืองฟิลาเดลเฟีย รถบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำเลี้ยวเข้าผ่านประตูใหญ่ที่ถูกเปิดด้วยระบบไฟฟ้ารอบด้านถูกปิดด้วยกำแพงสูงและต้นไม้ขนาดใหญ่ขนาบไปตลอดกำแพง

“ที่นี้คือ?” น้ำฟ้าหันไปถามอดัมที่นั่งข้างเธอตลอดการเดินทาง

“บ้านพี่เอง” 

“บ้าน!...อาชีพนายแบบรายได้ดีขนาดเลยเหรอ?” ที่เธอต้องร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะสถานที่ที่คนนั่งข้างๆเรียกว่า ‘บ้าน’ นั้นในความคิดของเธอน่าจะเปลี่ยนเป็น ‘เมือง’ ดีกว่า เพราะตั้งแต่ที่รถที่เธอนั่งเลี้ยวผ่านประตูเข้ามา สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ และระหว่างทางก็ผ่านสิ่งปลูกสร้างมาสามถึงสี่หลัง และเธอมองไปไกลเธอเห็นสนามหญ้าที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และสาบานเลยนั้นลานจอดฮอล์ฯแน่นอน และเมื่อรถเคลื่อนตัวผ่านลานจอดฮอล์ฯที่อยู่ด้านหน้าของอาคารที่กินพื้นที่เกือบไร่ อดัมก็บอกให้เธอลงมาจากรถและพาเธอเดินเข้าสิ่งปลูกสร้างหลังนั้นเข้าไป

“ต้อนรับกลับบ้านคะ...ท่านอดัม” หญิงวัยน่าจะสี่สิบปลายๆ เข้ามาทักทาย อดัม พร้อมกับใครต่อหลายคนที่ก้มหน้าแสดงความเคารพอดัมอย่างนอบน้อม 

“จาปา...เดี๋ยวพาคุณนาวาไปพักผ่อนที่ห้องชั้นสาม” น้ำฟ้าหันมามองชายตรงหน้าด้วยท่าทางแปลก เพราะอดัมในตอนนี้เปลี่ยนไปไม่เหมือนกับอดัมที่เธอรู้จักมาตลอดหลายวัน เพราะเขาดูน่าเกรงขาม องอาจ และเยือกเย็น แม้แต่เสียงที่สั่งการหญิงวัยกลางคนตรงหน้าก็เปลี่ยนไป

“แต่...ชั้นนั้น...คะ!” หญิงวัยกลางคนที่นามว่า จาปา ตอนแรกเหมือนจะค้านในคำสั่งนั้น อดัมเพียงแค่ชำเลืองมองแค่แว็บเดียวอากัปกริยาของจาปาก็เปลี่ยนไปทันที และรีบก้มหน้าลงน้อมรับคำสั่ง

“ตามจาปาไป...เดี๋ยวค่ำๆถึงจะกลับ...ไม่ต้องรอนะ” อดัมหันมาพูดกับน้ำฟ้าเพียงเท่านั้น เขาก็เดินออกจากประตูที่เดินเข้ามาทันที น้ำฟ้าไม่ได้แม้แต่จะขานรับหรือพยักหน้า ดั่งกับว่าประโยคดังกล่าวเป็นคำประกาศิตที่เธอต้องปฎิบัติตามสถานเดียว

“พี่อดัม...ว้าาาา...คลาดกันจนได้” น้ำฟ้าที่กำลังจะเดินตามจาปาพร้อมกับเด็กยกกระเป๋าของเธอ ก็ต้องหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆร้องตะโกนเรียกอดัม 

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ลิเลียก็หันกลับเข้ามาในตัวบ้าน ดวงตาสองคู่ประสานกัน และอากัปกริยาเดียวกันที่ตามมาพร้อมกันคือการขมวดคิ้วทั้งจากลิเลียและน้ำฟ้า

ลิเลียเป็นฝ่ายที่เดินเข้ามาในตัวบ้าน เพราะเธอกำลังแปลกใจกับหญิงเอเชียหน้าตาน่ารักแน่นอนไม่ใช่ปิ่นมุกแน่นอน ถึงเธอจะไม่สนิทและไม่ค่อยเจอปิ่นมุกแต่เธอก็ไม่มีทางจำพลาดแน่ 

“คุณเป็นใคร?” ลิเลียเอ่ยถามน้ำฟ้าเมื่อเดินเข้าใกล้ เพราะน้ำฟ้ายังคงยืนอยู่ที่เดิมและสายตาก็จับจ้องมองลิเลียตลอด

“คุณหนู...คุณนาวาแขกของคุณอดัม” จาปาเป็นฝ่ายตอบคำถามนั้นแทนน้ำฟ้าเพราะน้ำฟ้ายังยืนอยู่นิ่งๆและเงียบๆเพราะเธอไม่รู้จะตอบคำถามนั้นอย่างไร

“แขก...ของ...พี่...อดัม” น้ำฟ้าขมวดคิ้วที่พึ่งเริ่มคลายได้ยังไม่ถึงสามสิบวิ เพราะเธอไม่เข้าใจมันแปลกมากเลยเหรอ ที่เธอจะเป็นแขกของอดัม เพราะลิเลียพูดออกมาทีละคำชัดถ้อยชัดคำ และแต่ละคำที่ออกมาก็ขยายดวงตาของลิเลียมากขึ้นเรื่อยๆ

“เอ่อ...สวัสดีคะ...ฉันนาวาคะ” น้ำฟ้ากล่าวสวัสดีอย่างมีมารยาท เพราะจะว่าไปแล้วหญิงสาวตรงหน้าก็น่ารักดีและจะว่าไปก็มีส่วนละม้ายคล้ายอดัมอยู่บ้าง

“สวัสดีคะ...ลิเลียคะ...เป็นน้องสาวพี่อดัม” ลิเลียทักทายกลับด้วยรอยยิ้มที่เปิดกว้าง เพราะจะว่าไปผู้หญิงตรงหน้าก็น่ารักดี ตัวเล็กๆผิวขาวเนียนละเอียดปากนิดจมูกหน่อย  

“ฮิๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะเล็กออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายทั้งจากของ  ลิเลียและของน้ำฟ้า เมื่อต่างฝ่ายต่างมองสำรวจซึ่งกันและกัน และเกิดรอยยิ้มพึงพอใจของทั้งคู่

“พี่นาวา...ลิเลียเรียกว่าพี่แล้วกันนะคะ...เพราะพี่นาวาน่าจะอายุมากกว่าลิเลีย” นาวาพยักหน้าและเรียกลิเลียว่าลิเลียเฉยๆ ตามคำบอกของเจ้าตัว “ว่าแต่ว่าพี่นาวารู้มั้ยว่าพี่อดัมเขารีบร้อนไปไหน” น้ำฟ้าส่ายหน้าเป็นคำตอบ 

“อย่างนี้ตลอดเลยอ๊ะ” ลิเลียบ่นพึมพำ “แล้วพี่นาวากำลังจะไปไหนคะ?” หลังจากบ่นพี่ชายของตัวพร้อมทำปากจู๋ย่นจมูกเวลาที่ใครขัดใจเป็นบุคคลิกของเธอเมื่อเกิดอาการไม่พอใจ ก็กลับมาถามพี่สาวคนใหม่มาดๆ 

“พี่กำลังจะขึ้นไปผักผ่อนที่ห้องพักคะ”

“พี่เหนื่อยเหรอคะ?” 

“เปล่าคะ...แต่.../...ถ้างั้นไปเล่นกัน” ลิเลียพูดแทรกน้ำฟ้าโดยทันที

“ไปเล่น?” น้ำฟ้าถามอย่างสงสัย ก็ได้รับคำตอบเป็นใบหน้าที่เปื้อนยิ้มพร้อมกับการพยักหน้าหลายๆครั้งของลิเลีย

“ไปกันเถอะ...” ลิเลียพูดพร้อมกับคว้าแขนของน้ำฟ้าให้มาตามแรงดึง 

“สวยจังเลยคะ” น้ำฟ้ากล่าวออกไปจากความรู้สึกจริงกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันคือทุ่งดอกไม้หลากหลายพันธ์หลายสีสัน 

“ใช่ไหมละ!...ที่นี้สวยมากลิเลียชอบมาก...และตามทางเดินด้านโน้นเป็นคอกม้า...พี่อดัมเลี้ยงม้าไว้เจ็ดตัวคะ...แต่เจ้าพายุเป็นตัวที่พี่อดัมรักที่สุดเพราะพวกเขาโตมาด้วยกัน” น้ำฟ้าหันไปยิ้มและฟังเรื่องราวของผู้ชายที่ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอเปลี่ยนไป 

“ที่นี้เป็นของคุณอดัมเหรอคะ?” ลิเลียหันไปมองน้ำฟ้าเมื่อได้ยินคำถามที่เธอเองคิดว่ามันแปลกมาก

“พี่นาวาเป็นอะไรกับพี่อดัมเหรอคะ...เป็นคนรักหรือเปล่า” 

“….....” น้ำฟ้าใบ้กินโดยทันที กับคำถามของลิเลีย เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกับอดัมเหมือนกัน ลิเลียมองตามดวงตาที่หลบตาเธอทันทีกับคำถามล่าสุด 

“แต่ลิเลียว่าต้องใช่แน่ๆเลย”

“ทำไมลิเลียถึงคิดแบบนั้นคะ” น้ำฟ้าถามกลับด้วยเสียงที่เบาหวิว

“ไม่เคยมี”

“คะ?” น้ำฟ้าหันกลับมามองหน้าของลิเลีย อย่างไม่เข้าใจ

“พี่อดัม...ไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่นี้มาก่อนเลยคะ...ลิเลียจึงคิดว่าพี่นาวาต้องเป็นคนสำคัญของพี่อดัมแน่ๆเลย...ใช่มั้ย” น้ำฟ้าหลบสายตาวิ้งๆของลิเลียที่ภูมิใจกับการวิเคราะห์ของตัวเอง

“พี่ก็ไม่รู้คะ” 

ตลอดทั้งวันต่อจากนั้นลิเลียก็เป็นไกด์พาน้ำฟ้าชมอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ของอดัม และทำให้น้ำฟ้ารู้เกี่ยวกับอดัมมากขึ้นคือเขาไม่ได้มีอาชีพเป็นนายแบบอย่างเดียว ลิเลียบอกเพียงแต่ว่าอดัมเป็นผู้สืบทอดของอีธาน เบนเน็ตที่เป็นคุณตาของลิเลีย แต่เป็นคุณปู่ของอดัม


ทางด้านของอดัมที่กลับขึ้นรถอีกครั้ง เจอาร์ก็ออกรถไปยังจุดหมายที่เป็นสาเหตุของการกลับมาเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้ อดัมเปิดเก๊หน้ารถและหยิบบางอย่างสีเงินออกมา ตรวจเช็คสภาพและกระสุนที่พร้อมใช้งาน และทันทีที่รถเลี้ยวออกจากประตูขนาดใหญ่ก็มีรถอีกหลายคันตามออกมาเช่นกัน อดัมถอดเสื้อสีดำแขนยาวที่สวมอยู่ และหันไปหยิบเสื้อเกราะสั่งทำพิเศษเพราะถึงแม้ดูแล้วเป็นเพียงผ้าเสื้อกั๊กที่เข้ารูปแต่ความจริงแล้วเสื้อตัวนี้ทำด้วยเส้นใยสังเคราะห์พิเศษที่มีความยืดยุ่นสูงสามารถป้องกันกระสุนของปืนขนาดเล็กที่ใช้สำหรับพกพา และเพิ่มความพิเศษคือป้องกันไฟได้อีกด้วย 

ภายในรถไม่มีการพูดคุยกัน อดัมกัดกรามข่มความไม่พอใจไว้ เมื่อกลุ่มสมาชิกที่ผ่านการปฎิญาณตนแล้วว่าจะไม่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่เขากลับได้รับรายงานว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้ได้แอบลักลอบทำธุรกิจค้ามนุษย์ และวันนี้จะมีการส่งสินค้าที่เป็นมนุษย์โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังจะถูกส่งไปทำการค้าตามแหล่งบันเทิง 

“ทุกคนระวังตัวกันด้วย” อดัมหันไปพูดกับเหล่าบอดิการ์ดที่ถูกฝึกเป็นอย่างดีกว่ายี่สิบคน จะว่าไปกำลังคนของอดัมจะน้อยกว่าฝ่ายตรงข้ามมากแต่เนื่องด้วยทุกคนระดับฝีมือชั้นพระกาฬ อดัมจึงไม่จำเป็นต้องใช้คนมากเน้นคนมีฝีมือมากกว่า และทุกคนต่างแยกย้ายกันออกไปเพื่อเข้าทำลายแผนการส่งสินค้าครั้งนี้

อดัมกับเจอาร์ประกบคู่ไปด้วยกัน พวกเขาทั้งสองปีนขึ้นชั้นสองของอาคารที่กึ่งร้างเพื่อที่จะเข้าไปด้านใน 

“มีสองคนยืนอยู่หน้าประตู” เจอาร์รายงานหลังจากหลบออยู่หลังกำแพงที่ห่างออกมา

“แกร็กๆ...กิ้งๆๆๆ” อดัมโยนก้อนหินที่อยู่ในมือไปตรงบริเวณกองเหล็กที่อยู่ใกล้ๆ หลังจากที่ได้รับรายงานจากมือขวา และหนึ่งในสองที่ยืนอยู่หน้าประตูก็เดินมาตามทิศทางที่อดัมโยนหินล่อไว้ ส่วนเจอาร์หลบไปอีกทางเพื่อเข้าจัดการอีกหนึ่งคนที่ยังคงยืนอยู่หน้าประตู แต่สายตาและสมาธิของคนที่ยืนอยู่นั้นมองมาที่เพื่อนที่กำลังจะไปดูสาเหตุของเสียงนั้น 

“อุ๊บ!...อ๊าก...” เสียงครางจากคนที่ยืนอยู่เฝ้าหน้าประตูก่อนที่เจอาร์จะรับร่างนั้นและค่อยๆให้ล้มลงสู่พื้นอย่างแผ่วเบา หลังจากที่เขาฟาดที่ต้นคอด้านหลังและเสยคางคนเฝ้าประตูเพียงแค่นั้นก็สลบเหมือกตามคาดอย่างเงียบที่สุด และเมื่อเจอาร์หันไปมองอีกคนก็ลงไปนอนจมกองเลือดที่ไหลออกมาจากทางปากนิ่งสลบหรือลมหายใจไม่มีแล้วอันนี้เขาก็ไม่อาจแน่ใจได้ อดัมเดินมาสมทบกับเจอาร์

“ลองค้นตัวดู” อดัมพูดชำเลืองมองร่างที่สงบนิ่งตรงหน้า เพราะกุญแจอาจจะมีอยู่กับคนนี้ เพราะคนที่เขาจัดการไม่มี

“ไม่มี...” เจอาร์แจ้งพร้อมกับส่ายหน้า

“เราขึ้นไปด้านบนสำรวจว่ามีห้องที่ใส่กุญแจไว้กี่ห้อง” เจอาร์เห็นด้วย เพราะตอนนี้ไม่ว่าอะไรที่อยู่ในห้อง พวกเขาก็ไม่ควรจะเปิดเพราะอาจจะเป็นอันตรายก็ได้ถ้าสิ่งที่เขาค้นหาอยู่ในนี้ ถ้ายังจัดการคนร้ายไม่หมดอาจจะมีใครโดนลูกหลง

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top