มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต (Mafia's King)

  • 164,624 ทั้งหมด
  • 3 ความคิดเห็น

มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต VIII (50%)

‘VIII’ (50%)

“คุณแมรี่...เอาเธอไปไว้ที่เดิมได้เหรอยังคะ” พอลลีน สาวร่างใหญ่สาวใช้ประจำตัวของแม่รี่  เบนเน็ต กล่าวออกไปด้วยความรู้สึกที่หวั่นๆกับสิ่งที่เธอพึ่งได้กระทำไป

“แกจะกลัวอะไรนัก...ฉันต่างหากที่เป็นเจ้านายแก” แมรี่หันไปพูดแกมไม่พอใจที่เห็นสาวใช้มีท่าทางอกสั่นขวัญแขว้น 

“โถ่คุณแมรี่...เร็วๆเถอะคะ...ถ้าท่านอดัมกลับมาจะเป็นเรื่องนะคะ” พอลลีน ยังไม่วายจะเร่งแมรี่ ที่นั่งอยู่บนรถเข็นจ้องมองหญิงสาวชาวไทยที่ไม่ได้สติอยู่บนเก้าอี้ยาวในตัวอาคารที่เธออาศัยอยู่ ซึ่งที่นี้เคยเป็นที่อยู่ของหัวหน้าแก็งคนก่อนหน้านี้ก็คืออีธาน เบนเน็ต พ่อของเธอนั้นเอง แต่เมื่ออดัมที่เป็นหลานซึ่งเป็นบุตรของบุตรชายเพียงคนเดียวของอีธานนั้นก็คือ เอียน ซาวันเดอร์ หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม ปีเตอร์ มาร์ส เป็นคนที่ทำให้เธอต้องนั่งรถเข็นมาตลอดเกือบสามสิบปีจนถึงปัจจุบัน

“แม่สาวตัวน้อย...ฉันจะทำยังไงกับเธอดีนะ” แมรี่ไม่สนใจสาวใช้ที่อยู่ข้างๆอีกต่อไป เพราะตอนนี้เธอกำลังคิดว่าจะแก้แค้นยังไง

“ไม่ได้นะคะ!...คุณแมรี่บอกแค่ว่าอยากเห็นหน้าเธอใกล้ๆเองไม่ใช่เหรอคะ” พอลลีนกล่าวออกมา เมื่อได้ยินว่าเจ้านายจะทำร้ายหญิงสาวที่ตัวเองวางยาและอุ้มเอามาให้เจ้านายตัวเองดู เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอคนนี้มีหวังตัวเธอตัองได้หมดลมหายใจแน่นอน

“แกจะกลัวอะไร...ไม่มีใครเห็นว่าแกเอาเด็กคนนี้มาไม่ใช่เหรอ”

“โถ่...คุณแมรี่อย่าลืมสิคะ...ถึงคนจะไม่เห็นแต่ที่นี้มีกล้องมากมายและอยู่ตรงไหนบ้างดิฉันก็ไม่รู้” พอลลีนพูดเตือนถึงความจริงเรื่องนี้ทั้งกับเธอและเจ้านายของเธอ ถึงแม้เจ้านายของเธอท่าทางจะไม่เกรงกลัวหัวหน้าแก็งคนนี้ แต่ลึกๆแล้วเธอมั่นใจว่าแมรี่ก็เกรงๆอย่างมาก เพราะอดัมนั้นเลื่องลือในเรื่องการลงโทษคนที่กระทำความผิดว่าโหดเหี้ยมถึงขนาดนักโทษของเขาต้องรอขอความตายกันทีเดียว

แมรี่หันไปมองสาวใช้ตาขวางอย่างไม่พอใจที่ถูกเธอขัดใจแว็บหนึ่งก่อนที่จะหันมามองหน้าหญิงสาวที่สลบอีกครั้ง จะว่าไปผู้หญิงคนนี้ดูสดใสบริสุทธิ์อย่างที่   ลิเลียหลานสาวของเธอพูดให้ผู้เป็นแม่ฟัง และเธอได้ยินโดยบังเอิง 

“คุณแม่...แฟนพี่อดัมน่ารักมากเลย” ลิเลียหลังจากที่ถูกอดัมไล่ให้กลับมาเมื่อคืนก่อน เมื่อกลับเข้ามาก็เจอมาเรียแม่ของเธอรอเธออยู่

“เอาอะไรมาพูด...ลิเลีย” มาเรียเองก็แปลกใจ เรื่องที่บุตรสาวคนเล็กเล่ามา

“ใช่มั้ย!ละ...ถ้าใครมาเล่ามาบอกลิเลียเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันค่ะ” และ ลิเลียก็ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเล่าถึงความน่ารักของพี่นาวาให้ผู้เป็นแม่ฟัง

“แปลกจริงๆด้วย” มาเรียเองก็ไม่อยากจะเชื่อ เพราะรู้จักหลานชายคนนี้ของเธอเองดีเช่นกัน



“จาปา!...” จาปารีบก้าวตามเสียงเรียกที่บ่งบอกถึงอารมณ์ขุ่นมัวของผู้เป็นนาย

“ท่านอดัมมีอะไรจะใช้ดิฉันเหรอคะ” จาปากล่าวทันทีที่มาถึง

“คุณนาวาอยู่ไหน?”

“เธอไปกับท่านเมื่อเช้า....เอ่อ!...ไม่ทราบจริงๆ...ดิฉันยังไม่เจอเธอเลยตั้งแต่เมื่อเช้า”

“อะไรนะ!....ยายตัวแสบ!!!” อดัมเสียงดังทันที และประโยคหลังเขากัดกรามข่มความโกรธอย่างมาก ทำให้จาปาก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาอดัมตอนนี้ที่น่ากลัวยิ่งนัก


“คนทั้งคน...ทำไมไม่มีใครเห็น” อดัมคำรามออกมาด้วยความโกรธหลังจากที่จาปาออกไปถามคนอื่นๆได้รับคำตอบเหมือนกันทุกคน เจอาร์ที่เข้าใจทุกอย่างขอตัวออกไปยังห้องลับที่มีเพียงคนไม่กี่คนที่สามารถเข้าไปได้ เพราะห้องนี้จะเป็นห้องที่ฉายภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมดของอาณาเขตของพื้นที่ที่นี้ทั้งหมด 

“ตื๊ดๆๆๆ” อดัมล้วงโทรศัพท์ออกมาหลังจากเสียงเตือนข้อความเข้า และทันทีที่เขาเปิดดู ใบหน้าที่ตอนนี้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้เส้นเลือดปูดโปนตามสันแนวกรามและขมับมันจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่อดัมกำลังโกรธจนถึงที่สุด เพราะสิ่งที่เขาได้รับคือภาพวีดีโอที่น้ำฟ้าหลังจากลงจากรถเขาแล้วเธอกลับเดินไปอีกทางแทนที่จะเข้าไปในบ้านตามที่เขาสั่ง และสิ่งที่อดัมเห็นต่อจากนั้นคือ พอลลีนมาอุ้มร่างบางที่เขากำลังตามหาไป อดัมเก็บโทรศัพท์และเดินออกจากตรงนั้นทันที พร้อมกับการ์ดอีกสองคนตามไป

“ท่านอดัม!!!!” พอลลีนร้องออกมาเมื่อคนที่เธอกำลังคิดถึงก็มาปรากฎตัว ทำให้ขาทั้งสองข้างของพอลลีนหมดแรงกระทันหันล้มทรุดลงไปกับพื้น 

แมรี่หันไปตามเสียงนั้นก็เห็นอดัมเดินตรงมาที่เธอ แต่สายตาของอดัมมองแมรี่แค่แว็ปเดียวและจับจ้องที่ร่างบางที่นอนนิ่งอยู่ อดัมหลี่ตาลงและสังเกตุว่าร่างบางยังมีชีวิตอยู่เหรอเปล่า แต่แล้วเมื่อเขาเข้ามาใกล้ระบบการหายใจของเธอเป็นปกติ ความโล่งใจก็เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็น

“…ต่อ...ไป...ถ้า...ทำ...อะ...ไร...ที่...ล้ำ...เส้น...อีก...ทุกอย่างจะไม่จบเพียงแค่ฉันหันหลังกลับ” อดัมพูดเพียงประโยคเดียวกับแมรี่ ก็เข้าไปช้อนตัวน้ำฟ้าเข้าอ้อมแขนและเดินหันหลังออกไปโดยทันทีด้วยย่างก้าวที่แม้แต่คนที่มองจากข้างหลังได้แต่เงียบ  พอลลีนถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ทุกอย่างจบลงแล้ว


“ไม่ต้อง!” อดัมเปล่งเสียงออกมาด้วยเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ เมื่อกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกับร่างบางในอ้อมแขน และจาปากำลังจะเดินตามขึ้นมา

อดัมอุ้มน้ำฟ้าขึ้นมาชั้นสามและเดินเลยห้องที่เธอนอนเมื่อคืนไป และเดินเข้าไปในห้องของตัวเองและค่อยๆวางเธอลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา สายตาเขียวมรกตนั้นยังคงจับจ้องมองร่างบางที่ตอนนี้ยังไม่มีทีท่าจะรู้สึกตัวเลย และเขาก็ยังจ้องมองใบหน้านั้นเงียบๆจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน

“ฮืมมมมม......” เสียงครางในคอบางมาพร้อมกับที่เริ่มขยับตัวแต่ยังคงไม่ลืมตา และเมื่อดวงตากลมโตน้ำตาลเข้มค่อยๆขยับและเปิดเปลือกตาขึ้นสิ่งแรกที่เธอเห็นและทำให้สติกลับเข้าร่างอย่างรวดเร็ว 

“คุณ!” น้ำฟ้าร้องเสียงดังพร้อมกับลุกนั่งอัตโนมัติ และมองไปรอบๆตัว คิ้วเล็กก็ขมวดเข้าหากันโดยทันที เพราะครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะ.....

“ไง?” อดัมถามกลับพร้อมคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากัน

“ที่นี้ที่ไหน?”

“ห้องนอน” 

“ห้องนอนของใคร?”

“แล้วเธอคิดว่า...เป็นของใคร?”

“ฉันไปละ” น้ำฟ้าพูดพร้อมกับขยับตัวเพื่อที่จะลงจากเตียง ทั้งๆที่เธอเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง 

“เธอนี้มัน!” อดัมกัดกรามอย่างอดทนในขณะที่เปล่งเสียงออกไป และมือหนาก็คว้าข้อเท้าร่างบางไว้ขัดขวางการกระทำของเธอ

“ปล่อยนะ!” น้ำฟ้าร้องออกมาอย่างหวาดๆ และเมื่อเธอได้เห็นสายตานั้นเธอก็พยายามดิ้นให้ข้อเท้าของเธอพ้นการเกาะกุมนั้น 

“ฉันจะจัดการกับเธออย่างไงดี” อดัมพูดทั้งๆที่มือเพียงข้างเดียวที่ยังคงเกาะกุมข้อเท้านั้น และเขาก็ไม่สะท้กสะท้านกับการดิ้นรนของหญิงสาวตรงหน้าเลย เพราะถ้าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับเธอคนนี้ เขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะรู้สึกอย่างไรแต่ตอนที่เขาเดินเข้าไปในบ้านป้าแมรี่และเห็นร่างบางนอนนิ่งไม่ไหวติง ชั่วขณะหนึ่งตอนนั้นเขารู้สึกว่าเหมือนกับว่าเขาถูกฟ้าถล่มล้มทับ ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อนเลยในชีวิต 

“คุณก็ปล่อยฉันไปสิ” น้ำฟ้าตอบกลับเป็นคำตอบให้กับอดัม และสิ่งตอบแทนที่เธอได้กลับมาเป็นแววตาดุดันที่เหมือนจะฉีกร่างเธอออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“ทำไม...จะกลับไปเอาตัวเองใส่ตะกร้าล้างน้ำและเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าบ่าวของเธออย่างงั้น เหรอ” เงียบ!!!!! น้ำฟ้าเงียบลงและทันที สายตาเธอจ้องไปที่หน้าของชายตรงหน้า ปากบางเม้มเข้าหากันอย่างพยายามสะกัดกั้นบางอย่างที่กำลังตีขึ้นมาจุกที่คอเล็ก ดวงตาของเธอค่อยๆแดงก่ำพร้อมกับความพร่าเลือนในการมองเห็นเมื่อหยดน้ำเล็กๆค่อยๆหยดออกมาจากดวงตานั้น และไหลออกมาอย่างกักเก็บมันไว้ไม่ได้

“บัดซบ!!!” อดัมสบถกับตัวเอง พร้อมกับหันหนีใบหน้าขาวที่นองไปด้วยน้ำตา ปล่อยมือจากข้อเท้าบางพร้อมลุกออกจากตรงนั้น “ปัง” เสียงประตูที่ปิดลงอย่างเสียงดัง

“ฮือๆๆๆๆๆๆ” น้ำฟ้าปล่อยโฮออกมาใบหน้าซุกกับเข่าที่ขยับขึ้นมา สองแขนโอบกอดรัดขาตัวเองไว้ร่างสั่นเทาไปกับการร้องไห้อย่างนัก 

อดัมที่ออกมาจากห้องด้วยอารมณ์ที่ไม่ว่าใครอย่าเข้ามาใกล้เขาตอนนี้เลย เขาเดินเลยไปยังห้องสำหรับออกกำลังกาย และตำแหน่งของเขาคือกระสอบทรายที่แขวนอยู่“ควับ...ควับ...ๆๆๆๆๆ” เสียงหมัดแล้วหมัดเล่าที่กระแทกกับกระสอบทรายนั้นและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดและลดน้อยถอยลงของแรงหมัดที่ส่งไปแต่ละครั้ง

“ทำ...ไม...เธอ...ถึง...ดื้อ...นัก!...นาวา...เคยสักครั้ง...มั้ย...ที่จะทำตาม...คำสั่ง...ของฉัน” อดัมพึมพำออกมาอย่างคับแค้นใจพร้อมกับหมัดมือเปล่าที่ยังคงส่งไปกระแทกกับกระสอบทรายอย่างต่อเนื่อง

“ผลั๊ก” อดัมผลักประตูห้องนอนเข้าไปหลังจากที่เขาปล่อยหญิงสาวไว้นานเกือบสองชั่วโมง และคิ้วหนาก็ต้องขมวดเข้าหากันทันที เกิดความว่างเปล่าบนเตียงขนาดใหญ่ เส้นเลือดบนใบหน้าปูดโปนปรากฎให้เห็นอีกครั้งเมื่อเจ้าของขบกรามแน่น และเดินออกจากห้องนอนของตัวเองไป ปลายทางก็คือห้องของหญิงสาว

“แกร็กๆ...” อดัมกำมือแน่นเมื่อประตูที่เขาพยายามจะเปิดเข้าไปกลับถูกล๊อคไว้ ทำให้อารมณ์ของเขาตอนนี้เดือดดาลอย่างชัดเจน อดัมเดินออกจากประตูนั้นทันทีและเพียงไม่กี่นาทีเขาก็กลับมาพร้อมสิ่งที่ไปหยิบมาในมือ

“ผลั๊ก....” กุญแจที่ถูกไขพร้อมกับเสียงผลักประตูเข้าไปในห้องดังกล่าว อดัมยืนมองร่างบางที่ใบหน้าแดงก่ำที่ผ่านการร้องไห้มาเป็นเวลานานสงบนิ่งกับลมหายใจที่สม่ำเสมอ ทำให้อารมณ์เดือดดาลที่เกิดก่อนหน้านี้ของอดัมหายจนหมดสิ้นและจากการที่ยืนทอดมองร่างบางพร้อมใบหน้าใสยามหลับทำให้ความรู้สึกบางอย่างเข้าแทนที่เขาจึงปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกทั้งหมดและขึ้นไปบนเตียงที่มีร่างบางจับจองพื้นที่บางส่วน

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top