'ลูกไม้'มาเฟีย (Heir Of Mafia)

  • 16,324 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

ตอนที่สอง (2/3)


“สวัสดีคะคุณพ่อคุณแม่...เย็นนี้มุกไม่ทานข้าวนะคะ” หนูมุกเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เข้าไปทำความเคารพพ่อกับแม่ และบอกกล่าวของดมื้อเย็นเสร็จสรรพ

“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่...ผมก็ขอตัวครับ” อลันเมื่อลงจากรถอีกคันที่แอลเป็นผู้ขับก็เข้ามาทำความเคารพผู้ใหญ่ทั้งสอง และทันได้ยินหนูมุกเขาจึงของดมื้อเย็นเช่นกัน และรีบตามหนูมุกไปและแน่นอนคือห้องนอน

“อ๊ะ!...อื้มมมมม” อลันเมื่อใช้กำลังผลักประตูเข้ามาในห้องได้สำเร็จ หลังจากที่เขาปิดประตูเรียบร้อยก็เข้ามาคว้าแขนหนูมุกดึงเข้าหาตัวและปิดปากของหนูมุกที่กำลังจะเอ่ยอะไรออกมาสักอย่างด้วยปากของเขาทันที

สงคราย่อมๆก่อตัวขึ้นมือน้อยๆที่กำลังพยายามจะผลักร่างใหญ่ตรงหน้า ใบหน้าขาวอมชมพูที่พยายามเบี่ยงหนีไปพร้อมกัน แต่ทุกอย่างไร้ประโยชน์ร่างบางกลับแนบชิดเบียดร่างใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเธอดิ้นอลันก็รัดวงแขนที่กอดรัดเธอไว้จนเธอแทบจะเข้าไปรวมเป็นร่างเดียวกับเขาแล้ว

อลันที่ล้วงล้ำลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานปานน้ำผึ้งเขาก็หยุดการลุกนั้น ยังคงเลื้อยลิ้นโลมเลียดูดกลืนจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ร่างบางที่เคยหลบหลีกหนี สองมือเล็กแปลเปลี่ยนเป็นยึดจับเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่น 

อลันผละลิ้นและปากออกมาจากปากชมพูระเรื่อนั้นเล็กน้อย และให้หน้าผากทาบทับที่หน้าผากเล็กนั้น ดวงตาทั้งสองประสานกันลมหายใจเป่ารดกันและกัน

หนูมุกยังคงยืนนิ่งดวงตาของเธอถูกตรึงนิ่งด้วยดวงตาสีเข้มนั้น อลันดันตัวหนูมุกให้ขยับตามจังหวะของเขา

“อ๊ะ!...” หนูมุกสติกลับมาอีกครั้งเพียงแคช่วงสั้นๆ เมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับที่นอนใหญ่ของเธอ แต่อลันก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เมื่อตัวเขาที่ตามลงมาก็ปิดปากของร่างบางด้วยปากของเขาอีกครั้ง หนูมุกกับความรู้สึกจะเรียกว่าใหม่ก็คงจะไม่ใช่ แต่ทุกครั้งที่ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นมันทำให้หัวใจของเธอพองโตร่างกายของเธอเรียกร้องหามัน และเมื่อลิ้นของอลันเข้ามาอยู่ในโพรงปากเธอ มันกลับทำให้เธอรู้สึกอยากจะกักเก็บลิ้นของเขาไว้และให้เขาหยอกล้อเธอแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่อยากให้มันจบลงเลย

อลันรู้สึกถึงการตอบสนองกลับของหนูมุก ใจหนึ่งเขาอยากจะหยุดเพราะเส้นแบ่งของเวลาที่คอยแต่จะร้องเตือนเขาขยายวงกว้างมากขึ้นว่ายังไม่ใช่เวลานี้ แต่อีกความรู้สึกที่ตีตื้นเข้ามาคือเรียกร้องให้เขา ‘อย่า’หยุด แม้แต่หนูมุกเองตอนนี้เธอจะรู้ตัวมั้ยว่าเธอกำลังเรียกร้องว่า ‘อย่า’หยุดเช่นกัน เพราะร่างกายเธอตอบสนองเขาอย่างอัตโนมัติแขนเล็กที่โอบคอเขานั้นรัดแน่นดั่งกับว่าถ้าเธอเผลอหรือคลายอ้อมแขนนั้นแล้วเขาจะหายไป จึงทำให้อดัมยังคงสานต่อการดื่มกลืนกินน้ำผึ้งในโพรงปากอย่างต่อเนื่อง

สองมือใหญ่ของอลันเลื่อนลงมาเรื่อยๆเขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อเพื่อต้องการพบเจอกับบางอย่าง ข้างหนึ่งเกาะกุมที่ทรวงอกเต่งตูมและทำให้อลันสัมผัสได้ถึงความอวบอิ่มมากกว่าที่เขาเห็นจากภายนอก หนูมุกของเขาซ่อนรูปเลยก็ว่าได้ ถึงแม้มือหนาเขายังพบเจอผ้าลูกไม้เนื้อบางขวางกั้นแต่เขาก็ยังรับรู้ถึงความชูชันของยอดงามนั้นโดยทันที

จมูกโด่งตามลักษณะเชื้อชาติไล่ต่ำลงมาสูดดมสลับกับปากหยักที่ลากมาที่คอขาวผ่อง อลันยังคงไล่สลับไปมาจนทั่วเรียวคอเล็กนั้น หนูมุกไม่มีเหลือในเรื่องความขุ่นมัวไร้ซึ่งการต่อต้านสองมือประคองกอดอยู่ที่ไหล่หนานั้นและปลดปล่อยให้เป็นไปตามท้วงทำนองของอลัน

อลันเลื่อนเสื้อยืดพอดีตัวที่หนูมุกสวมใส่เลิกขึ้นเพื่อเปิดทางให้ปากหยักเข้าครอบครองยอดเกสรของอกอิ่มภายใต้บราลูกไม้เนื้อนุ่มบางเบา เสียงครางหวานๆดังออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่ออลันดูดเลียสร้างความรู้สึกประหลาดให้กับหนูมุกจนต้องปลดปล่อยระบายความรู้สึกนั้นออกมาเป็นเสียงคราง

ร่างกายหนูมุกเปียกชื้นไปด้วยความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ในกายสาวที่ไม่เคยพานพบ ที่เกิดจากการกระทำของพี่ชายท้องชนกันของเธอ อลันสลับไปที่ยอดเกสรอีกข้างที่ชูชันเชื้อเชิญเขา และตอนนี้ไม่เพียงหนูมุกที่ความเร้าร้อนก่อตัวขึ้นแม้แต่อลันตอนนี้เขายังหาทางหยุดการกระทำของตัวเองไม่ได้ และเขารู้สึกปวดหนึบตัวตนที่แสดงความเป็นชายของเขา ถึงแม้หัวใจเขาจะอยู่กับหนูมุกแต่ความต้องการของผู้ชายของเขาก็ยังมีและนั้นทำให้เขาสั่งสมประสบการณ์มามากมาย  เพราะเขาปฎิญาณกับตัวเองไว้แล้วเขาจะหยุดกับหนูมุกเป็นคนสุดท้ายแต่เวลานั้นมันใช่เวลานี้หรือเปล่า? ใครละที่จะสามารถบอกเขาได้ เพราะร่างกายนี้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาบนโลกใบนี้แล้วว่าจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว 

“หนูมุก....” อลันร้องเรียกหญิงสาวด้วยเสียงที่สั่นพร่า เมื่อเขาเลื่อนใบหน้ามาซบและสงบมีเพียงแค่เสียงหอบหายใจที่เรียวคอเล็กนั้น 

“…….” ไร้เสียงตอบกลับจากเจ้าของชื่อที่อลันเรียกขาน

“…พี่ควรทำ....อย่างไรดี....” อลันยื่นประโยคเพื่อให้หนูมุกเป็นคนตัดสินใจ

“มุก...มุก...ไม่รู้คะ” หนูมุกตอบกลับด้วยอาการสับสนอย่างเห็นได้ชัด และเลือกที่จะตรึงร่างกายของตัวเองที่เสื้อยังคงถูกเลิกขึ้นเปิดเผยอกอิ่มที่บราเปียกชื้น และยอดเกสรก็ยังชูชันตามความรู้สึกที่เกิดขึ้นยังคงไหลเวียนไปทั่วร่างกาย

“ถ้า...หนูมุกยังตัดสินใจไม่ได้...พี่คงต้อง‘หยุด’...แต่จงเชื่อเถอะว่าพี่ไม่ได้ต้องการเส้นทางนี้...แต่พี่ต้องการหนูมุกที่โตเป็นผู้ใหญ่...เพราะเราไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว...เรื่องแบบนี้มีแต่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่เขาจะทำกัน” อลันเมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาวก็ขยับตัวขึ้นมาและดึงร่างบางเข้าแนบกาย 

ทั้งสองร่างต่างหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างและลมหายใจที่ต่างฝ่ายหายใจเข้าออกด้วยหัวใจที่เต้นรัวก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแต่ยังคงแนบชิดเบียดกายไม่มีทีท่าว่าฝ่ายใดจะถอยออก อลันดวงตาที่มองอยู่ที่ฝ้าเพดานห้องก็ยังคงนิ่ง หนูมุกที่มองเห็นเพียงเสื้อยืดสีดำเข้ารูปของพี่อลันก็ยังคงนิ่งจ้องอยู่ที่เดิม

“ครืด...ครืด...ครืด” เสียงโทรศัพท์ของอลันที่ดังขึ้นเป็นเสมือนระฆัง หนูมุกผละออกจากอลันและเอาเสื้อลงกลับคืนสภาพดั่งเดิม อลันล้วงโทรศัพท์และแสดงใบหน้าผู้ที่โทรเข้ามาเขาก็ลุกออกจากเตียง

“อดัม....” อลันคุยโทรศัพท์บอกถึงหน้าที่ที่อดัมต้องไปทำ เพราะการเซ็นต์สัญญาครั้งนี้ลูกค้าจะเป็นฝ่ายเดินทางมาที่ ‘ซาวันเดอร์กรุ๊ป’ คริสติน่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา ถึงแม้เธอจะเป็นนักล่าสวาทชายที่เธอพึงพอใจแต่เธอก็ฉลาดเป็นกรดเธอมีอายุไล่เลี่ยกับเขา  ตอนที่เขาได้เจอกับเธอครั้งแรกเธอแสดงออกถึงความพึงพอใจเขาอย่างเห็นได้ชัด แต่อลันไม่แม้แต่จะเคยปฎิบัติกับเธอมากกว่าคู่ค้า และในบางครั้งงานต้องล่าช้าออกไปก็เพราะเธอคนนี้ที่พยายามจะบีบให้เขาตอบสนองสวาทกับเธอจนบางครั้งอลันต้องลงทุนหาเด็กหนุ่มที่มีอาชีพด้านนี้เป็นตัวล่อเธอเพื่อให้มาตอบสนองความต้องการของเธอและเขาเองก็ไม่โง่ที่จะเอาเรื่องของเธอไปป่าวประกาศ เพราะถ้าเขาหาวิธีจัดการกับเธอถูกวิธีนั้นก็เป็นการเดินหน้าทางธุรกิจได้อีกมาก “พี่ไม่ห้ามอดัมหรอกเรื่องของคริสติน่า...เพราะพี่รู้ว่าอดัมสามารถจัดการได้อยู่แล้ว...ขอดีของคริสติน่าคือเธอจะไม่ติดตามนายแน่นอน...”    อลันวางสายหลังจากที่คุยกับอดัมเป็นที่เข้าใจ และเขาก็ไม่คิดว่าจะต้องมีปัญหา เพราะอดัมมีอะไรในตัวมากมายเกินกว่าที่คนวัยเดียวกันจะมี  สาเหตุและเหตุผลในความสามารถของอดัมนั้นคนในครอบครัวทุกคนจะรู้ดี ไม่งั้นอายุเพียงยี่สิบปีอดัมสามารถเข้ารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าแก็งมาเฟียคุมคนที่อยู่วงการนี้มานานกว่าอายุเขากับอดัมรวมกันเสียอีก

❍❍❍❍


“สวัสดีครับคุณอาวุฒิ” เอกวุฒิหันไปตามเสียงทักทาย

“อ้าว...คุณเขตต์...เป็นไงมาไงครับ” เอกวุฒิทักกลับผู้ที่อ่อนวัยกว่า

“ผมมาทำธุระด่วนนะครับ...แล้วคุณอากำลังไปไหนเหรอครับ”

“อืม...ไปกรุงเทพนะ...พอดีลูกสาวอากำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศนะ” เขตต์พยักหน้ารับทราบ และก็ทักทายบุตรสาวของคนรู้จักของนายบวร พ่อเลี้ยงของเขา

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับคุณอลัน” เขตต์จับมือทักทายกับอลัน ตามที่เอกวุฒิแนะนำ ส่วนหนูมุกยกมือไหว้ตามธรรมเนียมของผู้ที่อ่อนวัยกว่า

“ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” เขตต์กล่าวลาทุกคนและเดินจากไป เพราะเขาพึ่งลงมาจากเครื่องที่มาจากกรุงเทพฯปลายทางคือจังหวัดภูเก็ต

“คุณพ่อคะ...เขาใช่คนของตระกูล ‘ศิริสินธร’ ใช่มั้ยคะ?” เอกวุฒิพยักหน้าตอบรับลูกสาวและทุกคนรวมถึงอลันก็รู้ทันทีว่าเป็นคนในตระกูลที่พ่อของหนูมุกและพ่อของอลันซื้อเกาะมา

“อืม...เราอย่าไปสนใจกับคนคนนี้มากนัก...เพราะคนในสังคมเขาจะรู้ดีว่านายเขตต์ลูกเลี้ยงคุณบวรติดการพนันไม่ต่างกับผู้เป็นแม่คุณแขไขเลย” อลันที่ยืนอยู่ข้างๆเพียงแค่ฟังเฉยๆ ไม่มีความเห็นใดๆ และทั้งสามคนพร้อมมือขวาและการ์ดของอลันก็ขึ้นเครื่องตามประกาศของสนามบิน


ณ สนามบินสุวรรณภูมิ:

“คุณพ่อ...มุกต้องไปแล้วนะคะ” สองพ่อลูกสวมกอดกัน 

“เดินทางปลอดภัยนะ...แล้วอย่าดื้อกับพี่เขานักนะ” เอกวุฒิที่ยืนส่งบุตรสาวเพียงคนเดียว เพราะนีออนผู้เป็นแม่ขอส่งตั้งแต่ที่บ้านเพราะเธอไม่อาจทำใจไม่ให้ร้องไห้ได้ จึงไม่ได้ติดตามมาส่งที่นี้

“ผมไปก่อนนะครับคุณพ่อ” อลันกล่าวลาพร้อมยกมือไหว้ เอกวุฒิสวมกอด   อลันที่เขารักไปไม่น้อยกว่าบุตรสาวของตัวเอง

“ต่อจากนี้ไป ‘ปิ่นมุก’ เป็นของอลันแล้วดูแลน้องให้ดี ถ้าเจ้าตัวแสบดื้อมากนักก็อดทนหน่อยนะ” เอกวุฒิกล่าวฝากฝังบุตรสาวเพียงคนเดียวที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา และเอกวุฒิก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเพราะบุตรสาวอยู่ในมือคนที่เขาไว้วางใจเท่ากับที่เขาไว้วางใจตัวเอง

“ครับ” อลันรับคำ พร้อมชำเลืองไปมองปิ่นมุกที่น้ำตาคลอพร้อมจะไหลออกมา และก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าไปด้านในปิ่นมุกก็วิ่งเข้าไปกอดเอกวุฒิอีกครั้ง และเนื่องจากปิ่นมุกยังไม่ยอมผละออกจากผู้เป็นพ่อ อลันจึงต้องเข้าไปและค่อยๆดึงหญิงสาวที่ยังกอดบิดาไว้แน่น เหมือนเด็กเล็กที่กำลังงอแงร้องตามพ่อกับแม่ยังไงยังงั้น 

“พี่อลัน...ปล่อยมุกได้แล้ว” หนูมุกที่พยายามที่จะออกห่างจากอลันที่ยังคงเกาะเกี่ยวเอวเธอให้เบียดกับเขา

“เด็กดื้อ!” อลันไม่ปล่อยแถมยังหันไปกล่าวหาปิ่นมุก 

“แล้วจะทำไม?...ปล่อยได้แล้ว” หนูมุกหันไปตอกกลับอย่างท้าทาย และยังไม่เลิกที่จะพยายามเอาตัวเองออกห่างจากอลัน เพราะเธอเริ่มรู้สึกว่าคนด้านในหันมามองเธอกับอลัน แต่คงจะเป็นอลันมากกว่าที่เป็นที่สนใจโดยเฉพาะสาวๆทั้งไทยและเทศ

“ไม่ปล่อย!...” อลันไม่สนใจยังคงดึงร่างบางเข้ามาเบียดตลอดการเดินที่จะไปขึ้นเครื่อง

“อลัน!” เสียงแหลมดังขึ้นมา เรียกความสนใจของคนในบริเวณใกล้เคียงให้หันมามองรวมทั้งปิ่นมุกด้วย และเมื่อเจ้าของเสียงกำลังเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเจ้าของชื่อเธอก็ถูกขวางไว้ด้วยการ์ดของอลัน

“อ๊ะ!....” ปกฉัตรร้องออกมาอย่างตกใจที่จู่ๆเธอถูกผู้ชายตัวใหญ่เข้ามาขวาง

“เพื่อนฉันเอง” อลันตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษให้คนของเขาได้รู้ และเป็นจังหวะเดียวกับที่ปิ่นมุกหลบไปอยู่หลังอลันทันที ที่เธอเห็นว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นใคร ‘ปกฉัตร’ พี่สาวของจันทร์ฉายเพื่อนของเธอนั้นเอง

“เซอร์ไพร์มากเลยนะคะที่เจออลันที่นี้” ปกฉัตรขยับเข้าไปหาอลันทันทีที่การ์ดถอยออกไป

“ครับ...แต่ผมต้องขอตัวก่อน...เพราะไฟร์ที่ผมต้องเดินทางเขาเรียกแล้ว” 

“อลัน...กำลังจะไปไหนเหรอคะ?” 

“กลับอังกฤษ”

“อุ้ย!...เหรอคะดีจังเลยคะ...เพราะฉัตรก็กลับวันนี้เหมือนกัน...อลันน่าจะบอกฉัตรนะคะว่าจะมาเมืองไทย”

“พอดีผมมาทำธุระด่วนนะครับ”

“ธุระด่วน!...อะไรคะ...บอกฉัตรได้มั้ย?”

“ผมมารับเจ้าสาวของผมนะครับ” อลันตอบด้วยเสียงราบเรียบ แต่ทำให้คนฟังตรงหน้าเขาถึงกับอึ้ง นิ่งไปแล้ว และรวมถึงคนที่หลบอยู่ด้านหลังเขาด้วยที่ตกใจไม่แพ้กันกับคำตอบของพี่ชายท้องชนกัน

“เอ่อ!...นะ...ไหนคะ?” ปกฉัตรที่เข้าสู่ภาวะช็อคก็ยังมีกำลังที่พยายามจะถามออกไป

“นี้ครับ!” อลันพูดพร้อมกับคว้าร่างบางที่อยู่ในอาการตกใจเข้ามาไว้ในอ้อมแขนเบียดสีข้างของทั้งคู่ หนูมุกที่ยังอยู่ในภาวะอึ้งๆ งงๆ ก็หันไปมองผู้หญิงตรงหน้าที่มองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แต่ก่อนที่คนที่สำรวจเธอจะได้ทันพูดอะไร...

“ขอตัวก่อนครับ!” อลันพูดตัดบทและเดินต่อไปโดยที่มีปิ่นมุกขยับเดินไปตามแรงลากของเขา

❍❍❍❍

เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top