'ลูกไม้'มาเฟีย (Heir Of Mafia)

  • 12,808 ทั้งหมด
  • 0 ความคิดเห็น

หนูมุก...กับ...เพื่อนใหม่!!!(ต่อ)



ถึงแม้หนูมุกจะไม่เคยเห็นยามที่อลันร้าย เขาน่ากลัวแค่ไหน แต่จากที่เธอพยายามจะถามเขาเกี่ยวกับ วายร้ายสี่คนที่ถูกคุมตัวไว้โดยคนของอลันเอง หนูมุกรู้เรื่องนี้เพราะอลันไม่มีทางปล่อยคนที่คิดทำร้ายเธอให้ทางการแน่นอน หนูมุกเติบโตมามาท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ ถึงแม้ตอนเด็กเธอจะไม่รู้เรื่อง แต่จากการที่เธอถูกเลี้ยงดูมาให้สามารถเข้าใจเรื่องเหล่านี้ เธอจึงรู้ว่าอลันไม่ใช่คนที่จะโกรธเคืองใครได้ง่ายๆ แต่ถ้าใครทำให้เขาได้โกรธหรือไปจี้จุดแล้วละก็เป็นต้องได้รับผลกลับคืนอย่างไม่อยากจะให้เกิดขึ้น อย่างที่วายร้ายทั้งสี่เจออยู่ตอนนี้

“พี่ไม่อยากได้ยินอีก...ว่าหนูมุกสนใจเรื่องนี้...ลืมมันไปซะ” หนูมุกจำคำตอบที่มาพร้อมสายตาที่หลี่ลงของอลันยามที่มองเธอได้เป็นอย่างดี หนูมุกจึงทำได้เพียงพยักหน้า  

อลันยืนมองรถสองคันที่ขับออกจากเขตบ้านไป คันหน้าเป็นของหนูมุกที่เธอจะขับรถไปเรียนเองเป็นประจำ คันที่ขับตามก็เป็นเดธกับกายที่ทำเพียงคอยขับตามจนรถของหนูมุกเข้าเขตของมหาวิทยาลัย ทั้งสองก็จะโต๋เต๋แถวๆนั้น รอจน    หนูมุกเรียนเสร็จในแต่ละวันและขับรถตามคุ้มกันกลับจนถึงบ้าน ตลอดสี่เดือนนี้หนูมุกต้องเรียนเต็มห้าวันตลอดทั้งวัน เพราะเธอต้องการจบตามกำหนดเวลาที่เธอต้องการนั้นเอง....

“นายครับ!...” อลันหันไปตามเสียงเรียกของแอล “คนของเรารายงานมาว่า...มีหนึ่งในสี่ที่เราขังแยกพยายามจะฆ่าตัวตาย...พวกมันไม่รู้ว่าเราติดกล้องคอยดูพฤติกรรมอยู่...จึงเข้าขัดขวางได้ทัน”

“ดี!...เอาเจ้านี้แหละ!...ให้คนของเราเค้นเอาความจริงกับมันให้จงได้...รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเลย” อลันยิ้มมุมปาก เพราะการที่เขาเล่นสงครามประสาทกับพวกวายร้าย การที่ถูกขังอยู่ในห้องมืดเพียงลำพังกับอาหารวันละมื้อกับน้ำวันละครึ่งลิตร ทำให้คนพวกนี้ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้แต่ร่างกายจะอ่อนเพลียเกิดความเครียดสะสม การที่คิดฆ่าตัวตายก็ไม่แปลกเพราะนี้ผ่านมาสี่วันก็แสดงว่าเขาได้คนที่สามารถเค้นเอาความจริงได้แล้วนั้นเอง เพราะคนนี้จะเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่ม


ทางด้านหนูมุกที่ผ่านคาบเรียนวิชาแรกที่เธอเกือบจะมาสายของการเปิดภาคเรียนและเป็นนักศึกษาที่เข้ามาใหม่ แน่นอนตอนนี้เธอยังไม่มีเพื่อนเลย จะมีเวลาไหนไปทันทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมห้องคาบเรียนแรก เพราะวิชาต่อไปของเธอจะเริ่มอีกสิบนาทีข้างหน้าและอยู่อีกตึกหนึ่ง ซึ่งเธอต้องเร่งฝีเท้าที่ถึงแม้เธอจะมีช่วงขาที่ยาวแต่ถ้าเทียบกับคนพื้นเมืองที่นี้เธอก็ดูตัวเล็กไปถนัดตา โชคดีที่เธอได้ศึกษาดูแผนที่ของมหาวิทยาลัยแล้วจึงทำให้เธอไม่เสียเวลาของการหลงทาง และไม่เพียงแต่ช่วงเวลาที่เร่งรัด โทรศัพท์ของเธอที่ถึงแม้จะปิดเสียงปิดระบบสั่น กลับมีข้อความของอลันเข้ามาไม่ขาดสาย

“โอ้ย!...คนบ้าไหนบอกว่ามีประชุมสำคัญ...” หนูมุกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับเดินกึ่งวิ่งตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เพราะเมื่อเธอเปิดไลน์ของอลันตอนนี้เขาส่งสติ๊กเกอร์หน้าโกรธตัวสีแดงมามากมาย เพียงแค่เธอไม่ได้เปิดอ่านและไม่ตอบกลับอะไรเลย...

“โอ๊ะ!!!...ว้าย!!!” เสียงร้องของหนูมุกดังออกมาพร้อมกับที่เธอล้มก้นจ้ำอ้าวไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอชนบางอย่างจนเสียหลัก

“คุณ!...” เสียงร้องออกมาอย่าง ตกใจ! เมื่อเจสันที่ยืนหันหลังอยู่ถูกบางอย่างชนและล้มลงไปตรงหน้าเขาโดยที่เขารั้งไว้ไม่ทัน ยามที่หันหน้ากลับมามอง

เจสันย่อเข่าลงไปนั่งชันเข่า มองร่างเล็กของหญิงสาวที่พยายามลุกนั่งและเก็บหนังสือที่เกลือนกระจาย

“ขอโทษนะคะ!...ฉันไม่ระวังเอง...คุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว...ฉันขอตัวก่อนนะคะ” หนูมุกที่เงยหน้ามองคนที่เธอเดินชนเพียงเสี้ยววินาที และรีบกล่าวขอโทษออกไป เมื่อเธอพูดจบก็รีบลุกยืนและเดินต่อไปทันทีโดยทิ้งผู้ประสบภัยที่ทำหน้าเหรอหรา...เจสันก้มมองพื้นบริเวณแถวนั้นเมื่อเขาเห็นกระดาษเอสี่ล่วงหล่นอยู่ เจสันหยิบขึ้นมาพร้อมลุกยืน คิ้วหนาเลิกขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อเพราะมันคือตารางเรียนของนักศึกษาปีสี่ชื่อ ปิ่นมุก อัครถาวรกุล แต่ที่เขาแปลกใจตารางเรียนของเธอแน่นมากและรายวิชาก็เยอะกว่านักศึกษาทั่วไปที่เขาเรียนกัน...

เจสันยิ้มออกมาเพราะนั้นทำให้เขารู้สาเหตุถึงอาการรีบร้อนของหญิงสาวคนนี้ 

“มีอะไรเหรอครับ” บิลลี่เอ่ยถาม เมื่อเขากลับออกมาจากห้องฝ่ายวิชาการ ก็พบกับเจ้านายที่ยืนยิ้มให้กับกระดาษในมือ

“ไปหาเบอร์นักศึกษาคนนี้มา” เจสันพูดและส่งกระดาษในมือให้  บิลลี่ที่มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วย บิลลี่รับกระดาษแผ่นนั้นพร้อมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายเคยสนใจผู้หญิงไทยมาก่อน 

เจสันเป็นศิษย์เก่าของที่นี้ วันนี้เขาได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรร่วมกับอีกหลายๆคนที่จะมาให้ความรู้และเล่าถึงความสำเร็จ เพราะเจสันประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จด้วยอายุเพียงยี่สิบเจ็ดปี ภาพการเป็นนักธุรกิจของเจสันโดดเด่นเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่ความสามารถที่เต็มเปี่ยม      เจสันยังติดอันดับนักธุรกิจที่ทรงเสน่ห์ และเขาเองก็ถูกปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพควงผู้หญิงไม่ซ้ำกันในแต่ละสัปดาห์ เขาจึงพ่วงตำแหน่งชายที่ติดอันดับหนึ่งการใช้         ผู้หญิงเปลืองของเหล่าสื่อมวลชน

“นี้ครับนาย เบอร์ของคุณปิ่นมุก” บิลลี่กลับมายังรถพร้อมกับผลงานล่าสุดที่เจ้านายสั่งให้ไปจัดการ 

“ดีมาก!...” เจสันรับกระดาษตารางเรียนของปิ่นมุกคืนมาจากบิลลี่ เมื่อเข้ามาในรถ พร้อมเอ่ยสั่งว่าอย่าพึ่งออกรถ

“Grrrrr Grrrrr” เจสันหยิบโทรศัพท์โทรออก และรอสายเมื่อเขามองเวลาตอนนี้กับเวลาในตารางเรียน หญิงสาวนามว่าปิ่นมุก เข้าสู่ช่วงพักแล้วตอนนี้

“Grrrr Grrrr” ปิ่นมุกหันไปมองโทรศัพท์ที่มีแสงไฟกระพริบ คิ้วเรียวขมวดอย่างแปลกใจกับเบอร์แปลก

“สวัสดีค่ะ” หนูมุกกดรับพร้อมทักทายอย่างเป็นทางการ

“สวัสดีครับคุณปิ่นมุก” หนูมุกขมวดคิ้วมากขึ้น เมื่อปลายสายทักทายเธอด้วยชื่อจริงที่คนปลายสายจะออกเสียงแปล่งๆสักหน่อยๆ เพราะเป็นชาวตะวันตกที่พูดภาษาไทยไม่ได้นั้นเอง

“เอ่อ!...คุณเป็นใคร?...แล้วรู้จักเบอร์...รู้ชื่อฉันได้อย่างไรกัน” หนูมุกถามกลับอย่างเอาเรื่องตามนิสัยและสไตล์เธอ ที่เป็นสไตล์หน้าสู้ฟัด 

“ใจเย็นๆก่อนครับ...ผมมาดีครับ...ผมเป็นคนที่คุณชนเมื่อตอนสายวันนี้...แล้วคุณทำของหล่นไว้...ผมจะนำไปคืนให้” เจสันรีบพูดก่อนที่หญิงสาวจะแปลเจตนาเขาผิดไป

“ของ?...” หนูมุกมีสีหน้าแปลกใจ เพราะเธอคาดว่าเธอไม่มีอะไรหายไป ตอนที่ชนกับผู้ชายคนนั้น และตอนนี้เธอก็จำหน้าคนที่ชนไม่ได้แล้ว เพราะจะว่าไปเธอแทบจะไม่มองเขาด้วยซ้ำ

“คุณอยู่ตรงไหนของที่นี้...เดี๋ยวผมนำไปคืนให้ครับ” เจสันพูดอย่างใจเย็น

“คุณเข้าใจอะไรผิดเหรอเปล่า?...ของนั้นอาจจะไม่ใช่ของฉันก็เป็นได้”   หนูมุกตอบกลับไป ในเมื่อเธอยังนึกไม่ออกว่า ‘ของ’ อะไรหายไป

“คุณปิ่นมุก อัครถาวรกุล” เจสันเลือกที่จะเอ่ยชื่อนามสกุลของเธอ แทนที่จะบอกว่า ‘ของ’ที่เขาหมายถึง มันเป็นเพียงแผ่นกระดาษตารางเรียนของเธอ

“คุณ!!!” หนูมุกร้องเสียงดังใส่โทรศัพท์

“อย่าพึ่งเข้าใจผมผิดครับ!...ผมไม่ใช่คนที่จะมาทำร้ายคุณนะครับ...ผมแค่จะเอาของของคุณไปคืนให้ก็เท่านั้นครับ” หนูมุกเงียบฟังเสียงปลายสาย ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะบอกว่าเธออยู่ตรงไหน

เจสันยิ้มพร้อมกับตอบกลับเธอไปว่าเขารู้ว่าที่ตรงนั้นอยู่ตรงไหน ก็เขามันศิษย์เก่าของที่นี้นิ!

เจสันออกจากรถและเดินไปหาปิ่นมุกโดยทันที และเขาก็ไม่ลืมที่จะถ่ายภาพตารางเรียนของเธอเก็บไว้ เพราะจากที่ได้ฟังแล้ว หญิงสาวคนนี้ไม่ใช่คน       ไร้สาระและไว้ใจอะไรง่ายๆ คงไม่ง่ายที่เขาจะเข้าถึงเธอได้ แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เขาสนใจแล้วจะรอดพ้นเขาไปได้ ยิ่งยากก็ยิ่งท้าทาย เจสันยิ้มกับความคิดของตัวเองพร้อมกับเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น เพราะถ้าเขาเร็วเท่าไหร่ก็จะสามารถใช้เวลากับเธอได้มากขึ้นเพราะเธอคนนี้มีเรียนต่อในช่วงบ่าย 

เจสันกวาดตามองลานกว้างที่มีต้นไม้ใหญ่หลายต้น ดวงตาเทาเข้มตามเชื้อชาติหลี่ลงพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นร่างบางของคนที่เขามองหานั่งอยู่พื้นหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ มือหนึ่งถือหนังสือที่สายตาของเธอจับจ้องอยู่ ส่วนอีกมือถือขวดน้ำค้างไว้อย่างกับว่าตอนนี้เธอให้ความสนใจกับเนื้อหาในหนังสือมากกว่าที่จะดื่มน้ำในขวด

“ฮะแฮ้มมม” เจสันกระแอมเสียงในคอ เรียกความสนใจของหญิงสาวที่นั่งอยู่ให้เงยขึ้นมา

“คุณคนที่โทรมา” หนูมุกเอ่ยพูดแบบก่ำกึ่งจะถามก็ไม่เชิง

“ครับ...ผมเจสันครับ...ยินดีที่ได้รู้จักคุณปิ่นมุกนะครับ” เจสันพูดพร้อมถือวิสาสะนั่งลงบนพื้นหญ้าตรงข้ามเธอทันที เมื่อเรียกความสนใจของหญิงสาวตรงหน้าได้แล้ว

“อ๋อ!คะ...ไหนของของฉันคะ” หนูมุกเข้าประเด็นทันที เจสันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเพราะเขายังไม่เคยเจอผู้หญิงที่มีท่าทีเฉยชากับความดูดีเจ้าเสน่ห์ของเขาเลย

“ไหนๆเราก็ได้เจอกันแล้ว...เราสองคนน่าจะทำความรู้จักให้มากกกว่านี้นะครับ” 

“ไม่เป็นไรค่ะ!...แค่นี้ก็มากพอแล้ว...ฉันไม่มีเวลาพอค่ะ” หนูมุกตอบกลับตัดความสัมพันธ์ เพราะเธอไม่ต้องการมีปัญหากับพี่ชายท้องชนกันของเธอ แค่สถานะแค่ ‘เพื่อน’ ถ้าต่างเพศแล้วเธอไม่อยากเปิดรับใคร และผู้ชายตรงหน้าตอนนี้เป็นใครเธอก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่อยากให้เขาต้องมาเดือดร้อนเพราะเธอ

“…เอ่อ!....” เจสันใบ้รับประทาน ไปต่อไม่ถูก เพราะเขาเคยชินแต่แค่กระดิกนิ้วเรียก เธอเหล่านั้นก็แทบจะจรวดเข้าหาเขาโดยทันที ผู้หญิงคนนี้ไปอยู่ไหนมา เพราะสายตาเธอบอกชัดเจนอย่างไม่เสแสร้งแกล้งทำว่าเธอไม่รู้จักเขา แต่กอ่นที่เจสันจะได้พูดอะไรต่อ....

“นายครับ!...” เสียงของบิลลี่ดังขึ้นมา เรียกสายตาสองคู่ที่นั่งอยู่ชำเลืองขึ้นไปมอง บิลลี่ขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เจ้านายตน พยายามเข้าหา...

“มีอะไร!...”เจสันถามกลับอย่างไม่สบอารมณ์ ที่บิลลี่เข้ามาเรียกเขาในตอนนี้

“เอ่อ!...ครับ!...เอ่อ!...” บิลลี่อ้ำๆอึ้งๆที่จะบอก เจสันพยักหน้าเข้าใจ

“คุณปิ่นมุก...พรุ่งนี้ผมขอมาหาคุณที่นี้...เวลาเดิมนะครับ” เจสันพูดพร้อมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กล่าวลาและเดินไปโดยทันทีอย่างไม่รอคำตอบหรือคำพูดของหนูมุกเลย  ซึ่งหนูมุกทำเพียงมองตามร่างใหญ่ทั้งสองที่เดินจากไป...

“…ชิ!...” หนูมุกพ่นเสียงออกมาแค่นั้น ก็เก็บของเพื่อที่จะต้องไปเข้าเรียนคราสต่อไป

ทางด้านเจสันและบิลลี่เมื่อต่างเข้ามาในรถประจำที่ของตัว บิลลี่ขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิดขณะเคลื่อนรถออกจากที่จอดในมหาวิทยาลัย

“บิลลี่มีอะไรเหรอเปล่า?” เจสันถามผู้ช่วยคนสนิท เมื่อเห็นว่ามีท่าทางครุ่นคิดอะไรอยู่

“เอ่อ!...ผมไม่แน่ใจครับ...แต่ทำไมถึงรู้สึกคุ้นๆ...คุณปิ่นมุก  เหมือนว่าผมเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน...แต่นึกไม่ออก” บิลลี่เอ่ยบอกความสงสัยของตนเองให้  เจสันได้รับรู้ในที่สุด เจสันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ แปลกใจว่าอย่างบิลลี่ ลืมอะไรเป็นกับเขาด้วยเหรอ เพราะบิลลี่เป็นผู้ช่วยที่ติดตามเขามาตั้งแต่ที่เขาเริ่มจับธุรกิจด้านนี้ แตกต่างจากครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับยานยนตร์ บิลลี่เป็นผู้ช่วยชั้นยอดของเขาเลยเป็นได้ 

“น่าคิด!...” เจสันเปรยออกมา แต่สำหรับเขามั่นใจเลยว่ายังไม่เคยเจอเธอคนนี้มาก่อนแน่นอน



เลือกจากตอนอ่าน

ก่อนหน้า ต่อไป

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Top